Home |  Login  |  Register  | สมัครใช้ Server |  Search    Counter [ 01174978 Online 4 ]    
Comunity > World Market > สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงิน > World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018
Pages [ 1 ]
Owner Topic : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018   ( View : 1396 times )
  admin
  Administrator
  Post : 32
  World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018
  on : Wed January 3,2018, 12:38
World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018

 Attach File : 25660052_2118792451682910_3034870125817012658_n.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018
  on : Tue January 30,2018, 10:45
World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 30 มกราคม 2561

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อสภาคองเกรสในวันนี้ (30 ม.ค.) เวลา 21.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (31 ม.ค.) เวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทรัมป์ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ว่า ในการแถลงนโยบายประจำปีครั้งนี้ เขาจะกล่าวถึงประเด็นต่างๆ ซึ่งรวมถึงนโยบายการรับคนเข้าเมืองและนโยบายการค้า นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะพูดถึงความสำเร็จครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในยุคสมัยของเขา ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งของตลาดหุ้น และการผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี

--นักลงทุนในตลาดการเงินจับตาการประชุมระยะเวลา 2 วันของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ และจะเสร็จสิ้นในวันพรุ่งนี้ตามเวลาสหรัฐ ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า เฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้

ทั้งนี้ นักลงทุนรอดูถ้อยแถลงครั้งสุดท้ายของนางเจเน็ต เยลเลน ในฐานะประธานเฟด ก่อนที่นางเยลเลนจะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดในวันที่ 3 ก.พ.นี้ และนายเจอโรม พาวเวล จะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่

--ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (29 ม.ค.) โดยได้แรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,439.48 จุด ร่วงลง 177.23 จุด หรือ -0.67% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,853.53 จุด ลดลง 19.34 จุด หรือ -0.67% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,466.51 จุด ลดลง 39.27 จุด หรือ -0.52%

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นสู่ระดับ 2.716% เมื่อคืนนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2557 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 30 ปี ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 2.954%

ตลาดการเงินได้เพิ่มการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ โดย CME Group ระบุว่า จากการใช้เครื่องมือ FedWatch วิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ พบว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาส 26% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 23% ในวันศุกร์ และ 10% ในเดือนที่แล้ว

-- กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า อัตราว่างงานของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2.8% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 2.7% ในเดือนพ.ย.

ด้านกระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการเปิดเผยว่า ตำแหน่งงานว่างปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 1.56 เป็น 1.59 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2517 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวหมายความว่า มีตำแหน่งงานว่าง 159 อัตรา สำหรับผู้หางานทุกๆ 100 คน

สำหรับตลอดทั้งปี 2560 อัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 2.8% จาก 3.1% ในปีก่อนหน้า

--สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนธ.ค. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากพุ่งขึ้น 0.8% ในเดือนพ.ย. ขณะที่ตัวเลขการออมของผู้บริโภคสหรัฐลดลงสู่ระดับ 3.516 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2550 จากระดับ 3.651 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ย.

ส่วนดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนพ.ย.

--สำนักข่าวนิกเกอิของญี่ปุ่นรายงานว่า บริษัทแอปเปิล อิงค์ได้แจ้งซัพพลายเออร์ว่า ทางบริษัทจะปรับลดเป้าการผลิต iPhone X สำหรับไตรมาสแรกในปีนี้ลงครึ่งหนึ่ง เหลือเพียง 20 ล้านเครื่อง เนื่องจากยอดขายที่ต่ำกว่าคาดในยุโรป สหรัฐ และจีน

อย่างไรก็ดี คาดว่าแอปเปิลจะยังคงเป้าการผลิต iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone 7 ที่ระดับ 30 ล้านเครื่อง

--กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า อัตราว่างงานของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2.8% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 2.7% ในเดือนพ.ย.

ด้านกระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการเปิดเผยว่า ตำแหน่งงานว่างปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 1.56 เป็น 1.59 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2517 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวหมายความว่า มีตำแหน่งงานว่าง 159 อัตรา สำหรับผู้หางานทุกๆ 100 คน

--สำนักงานตำรวจนครบาลประจำกรุงโตเกียวได้เริ่มทำการสอบสวนเบื้องต้นเมื่อวานนี้ กรณีที่บริษัท Coincheck ผู้ให้บริการซื้อขายสกุลเงิน NEM ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัล เปิดเผยว่า แฮกเกอร์ได้โจรกรรม NEM ไปจากระบบเป็นจำนวนเงินสูงถึง 5.8 หมื่นล้านเยน

-- นายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีกำหนดเข้าแถลงต่อคณะกรรมาธิการกิจการด้านเศรษฐกิจของรัฐสภาอังกฤษในกรุงลอนดอนวันนี้

--จับตาข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศที่จะรายงานในวันนี้ โดยฝรั่งเศสจะรายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2560, อียูจะเปิดเผยจีดีพีไตรมาส 4/2560 ตลอดจนความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ความเชื่อมั่นผู้บริโภค และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนม.ค., เยอรมนีจะรายงานอัตราเงินเฟ้อเบื้องต้นเดือนม.ค. และสหรัฐเตรียมเปิดเผยดัชนีราคาบ้านเดือนพ.ย.จากเอสแอนด์พี/เคส-ชิลเลอร์ส และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.จาก Conference Board

สำหรับในวันพรุ่งนี้ก็มีข้อมูลที่น่าจับตาเช่นกัน ทางฝั่งจีนจะรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการ และดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนม.ค.จากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS), ญี่ปุ่นจะรายงานการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค., อียูเตรียมเปิดเผยอัตราว่างงานเดือนธ.ค. และสหรัฐจะรายงานตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนม.ค.จาก ADP สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนธ.ค. เป็นต้น

-- นักลงทุนยังจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงผลประกอบการของไมโครซอฟต์ เฟซบุ๊ก เพย์พาล อาลีบาบา แอปเปิล อัลฟาเบท อเมซอน ไฟเซอร์ โบอิ้ง และยูพีเอส


 Attach File : Head-and-Shoulders-7.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018
  on : Mon January 29,2018, 09:30
World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 29 มกราคม 2561

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแข็งแกร่งเมื่อวันศุกร์ (26 ม.ค.) โดยดัชนีดาวโจนส์ S&P500 และ Nasdaq ต่างก็ปิดทำนิวไฮอีกครั้ง หลังสหรัฐเผยตัวเลข GDP ต่ำกว่าคาดการณ์เล็กน้อย ซึ่งนักลงทุนมองว่ายังแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 223.92 จุด หรือ 0.85% ปิดที่ 26,616.71 จุด ดัชนี S&P 500 บวก 33.62 จุด หรือ 1.18% ปิดที่ 2,872.87 จุด ดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 94.61 จุด หรือ 1.28% ปิดที่ 7,505.77 จุด

-- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4/2560 ที่ระดับ 2.6% โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3% และต่ำกว่าระดับ 3.2% ในไตรมาส 3

การชะลอตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 4/2560 มีสาเหตุจากการลดลงของการลงทุนในสินค้าคงคลัง และการพุ่งขึ้นของตัวเลขการนำเข้าสินค้า

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 3% ในปีนี้ ตามเป้าหมายของรัฐบาล จากปัจจัยบวกของดอลลาร์ที่อ่อนค่า และเศรษฐกิจโลกที่แข็งแกร่ง รวมทั้งแรงกระตุ้นจากมาตรการปฏิรูปภาษีของรัฐบาล

ทั้งนี้ เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 1.4% ในไตรมาส 1 ของปีที่แล้ว, 3.1% ในไตรมาส 2 และ 3.2% ในไตรมาส 3

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันศุกร์ โดยได้กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งได้ช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นอย่างมาก หลังจากที่เขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในปีที่แล้ว

ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า มาตรการปฏิรูปภาษีของเขาได้ทำให้บริษัทสหรัฐกลับมาลงทุนในประเทศ และเขายังได้กล่าวเชิญชวนประเทศต่างๆ เข้าลงทุนในสหรัฐ นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังได้กล่าวปกป้องนโยบาย"อเมริกาต้องมาก่อน" โดยกล่าวว่า คำว่า'อเมริกาต้องมาก่อน' ไม่ได้หมายความว่า สหรัฐคำนึงถึงผลประโยชน์อเมริกาเท่านั้น เพราะว่าเมื่อเศรษฐกิจของสหรัฐขยายตัว เศรษฐกิจโลกก็ขยายตัวเช่นกัน

-- นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่า แม้มีหลายปัจจัยที่ทำให้การบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% เป็นไปอย่างยากลำบาก แต่เขาเชื่อว่า BOJ ใกล้จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เนื่องจากค่าแรงและราคาผู้บริโภคของญี่ปุ่นเริ่มปรับตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้ นายคุโรดะไม่ได้ปรับทบทวนแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่น พร้อมกับแสดงความเชื่อมั่นว่า ท้ายที่สุดแล้ว BOJ จะสามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ และยังกล่าวด้วยว่า BOJ จะเดินหน้าสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและราคา ด้วยการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไป

-- สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างข้อมูลจากหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เล็งเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเป็น 7.16 แสนล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2562

ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้น 7% จากงบกลาโหมปี 2561 ซึ่งยังไม่ผ่านสภาคองเกรส นอกจากนี้ ตัวเลขดังกล่าวจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายประจำปีของกระทรวงกลาโหม รวมถึงค่าใช้จ่ายในการทำสงครามและรักษาคลังแสงอาวุธนิวเคลียร์

-- Coincheck บริษัทผู้ดำเนินการซื้อขาย NEM ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัล แถลงว่า NEM จำนวน 5.8 หมื่นล้านเยน (534 ล้านดอลลาร์) ได้สูญหายไปจากตลาดซื้อขายเงินดิจิทัลแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากถูกแฮกเกอร์ลักลอบเจาะเข้าระบบ

การสูญหายเงินดังกล่าว ทำให้ Coincheck ประกาศระงับการซื้อขาย และฝากถอนเงิน NEM

สำหรับวงเงิน NEM ที่สูญหายในครั้งนี้ มากกว่าที่ Mt. Gox ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายบิตคอยน์ในญี่ปุ่น แจ้งว่ามีการสูญหายบิตคอยน์วงเงิน 4.8 หมื่นล้านเยนในปี 2557

Coincheck ออกแถลงการณ์ขอโทษลูกค้าต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะทำการตรวจสอบหาสาเหตุการสูญหายของ NEM ขณะที่ได้รายงานต่อสำนักงานบริการการเงิน และสำนักงานตำรวจของญี่ปุน

-- สหรัฐประกาศคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหม่ เพื่อตอบโต้ต่อการที่รัสเซียประกาศผนวกคาบสมุทรไครเมียจากยูเครนในปี 2557 และเข้าสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในยูเครน โดยกระทรวงการคลังสหรัฐได้คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัสเซีย 21 คน และบริษัท 9 แห่ง

ทางด้านนายเลโอนิด สลัตสกี ประธานคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ประจำสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย กล่าวว่า การที่สหรัฐประกาศคว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่ถือเป็นการกระทำที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและสหรัฐย่ำแย่ลง พร้อมกล่าวว่า รัสเซียจะตอบโต้ต่อการคว่ำบาตรดังกล่าว

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อสภาคองเกรสในวันที่ 30 ม.ค.เวลา 21.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเช้าของวันที่ 31 ม.ค.เวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย

การแถลงนโยบายประจำปีดังกล่าว นับเป็นครั้งแรกของปธน.ทรัมป์ หลังจากที่เข้ารับตำแหน่งในปีที่แล้ว โดยมีการคาดการณ์ว่า ปธน.ทรัมป์จะเปิดเผยโครงการลงทุนในสาธารณูปโภคครั้งใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐตามที่เขาได้เคยรณรงค์หาเสียงในปี 2559 โดยคาดว่า โครงการลงทุนในสาธารณูปโภคจะมีวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 4 กองทุนในช่วงเวลา 10 ปี

-- ตลาดการเงินจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนม.ค.ของสหรัฐ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐมีกำหนดเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันศุกร์นี้ เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย

สำหรับตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนธ.ค.ของสหรัฐนั้น ปรับตัวขึ้น 148,000 ตำแหน่ง น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 190,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี

-- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีกำหนดจัดการประชุมนโยบายการเงินเป็นเวลา 2 วัน ในวันที่ 30-31 ม.ค.นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า เฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ หลังจากที่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 1.25-1.50% ในการประชุมเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2560 พร้อมกับส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งในปี 2561

CME Group ระบุว่า จากการใช้เครื่องมือ FedWatch วิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ พบว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ ได้แก่ ในการประชุมเดือนมี.ค., มิ.ย. และธ.ค.

-- บริษัทจดทะเบียนรายใหญ่มีเตรียมเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4/2560 ในสัปดาห์นี้ โดยไมโครซอฟต์, เฟซบุ๊ก และเพย์พาล เตรียมเปิดเผยผลประกอบการในวันพุธ ขณะที่อาลีบาบา แอปเปิล อัลฟาเบท และอเมซอน จะเปิดเผยผลประกอบการในวันพฤหัสบดี ส่วนบริษัทไฟเซอร์ โบอิ้ง และยูพีเอส มีกำหนดเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้เช่นกัน

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศต่างๆที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดือนม.ค.ของอังกฤษซึ่งรายงานโดยเนชั่นไวด์ ขณะที่สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนธ.ค. และดัชนีภาคการผลิตเดือนม.ค. จากเฟดดัลลัส

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ญี่ปุ่นจะเปิดเผยอัตราว่างงาน,การใช้จ่ายภาคครัวเรือนและยอดค้าปลีกประจำเดือนธ.ค. ขณะที่ฝรั่งเศสจะเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2560 , เยอรมนีจะเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเบื้องต้นเดือนม.ค. ส่วนยูโรสแตทจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจยูโรโซน ซึ่งได้แก่ จีดีพีไตรมาส 4/2560 ,ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค. และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนม.ค. ทางด้านสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาบ้านเดือนพ.ย.จากเอสแอนด์พี/เคส-ชิลเลอร์ส และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.จาก Conference Board

 Attach File : 999999999.PNG

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018
  on : Fri January 26,2018, 11:03
World Today: สรุปข่าวน่าติดตามประจำวันที่ 26 มกราคม 2561

-- จับตาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ กล่าวสุนทรพจน์บนเวทีเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันนี้ โดยมีการคาดการณ์กันว่า เขาจะผลักดันนโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" และย้ำถึงการทำการค้าที่เสรีและเป็นธรรม

ทำเนียบขาวระบุว่า เนื้อหาในสุนทรพจน์ของปธน.ทรัมป์จะยังคงเหมือนกับที่เขาได้กล่าวในต่างประเทศในปีที่แล้ว ซึ่งก็คือ สหรัฐต้องการมีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับพันธมิตร แต่สหรัฐก็ต้องการที่จะลดการขาดดุลการค้ากับประเทศเหล่านี้เช่นกัน

-- สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวผันผวนในช่วงนี้ โดยล่าสุดสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ได้กล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เขาสนับสนุนการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และเชื่อว่าดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นอีก

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ได้กล่าวให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของ CNBC หลังจากเดินทางถึงเมืองดาวอสเพื่อเข้าร่วมประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) เมื่อวานนี้ว่า เขาสนับสนุนการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และเชื่อว่าดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นอีก เนื่องจากเศรษฐกิจของสหรัฐมีความแข็งแกร่งในหลายภาคส่วน

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังได้กล่าวในเชิงสนับสนุนการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ว่า สื่อมวลชนอาจตีความคำพูดของนายมนูชินผิดไปจากวัตถุประสงค์ที่เขาต้องการจะสื่อ เพราะความจริงแล้ว เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในภาวะที่แข็งแกร่ง และคงไม่มีใครพูดถึงสกุลเงินดอลลาร์ในทิศทางที่ตรงกันข้าม

-- นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวชี้แจงเมื่อวานนี้ว่า คำกล่าวของเขาเกี่ยวกับค่าเงินดอลลาร์ก่อนหน้านั้นเป็นคำกล่าวที่มีความสมดุล และสอดคล้องกับสิ่งที่เขาเคยกล่าวไว้

นายมนูชินได้ออกมาชี้แจงว่า "ผมคิดว่าความเห็นของผมเกี่ยวกับค่าเงินดอลลาร์มีความชัดเจนอยู่แล้ว โดยมีความสมดุล และสอดคล้องกับสิ่งที่ผมได้กล่าวก่อนหน้านี้ ซึ่งก็คือ เราไม่มีความกังวลต่อค่าเงินดอลลาร์ในระยะสั้น ถึงแม้อาจมีผลกระทบทั้งทางบวกและลบ"

นายมนูชิน เคยกล่าวในการแถลงข่าวในการประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า การที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงในระยะนี้ เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ โดยถ้อยแถลงดังกล่าวได้สร้างความปั่นป่วนต่อค่าเงินดอลลาร์ จนส่งผลให้ดอลลาร์ทรุดตัวลงอย่างหนักในขณะนั้น

-- ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จัดการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวานนี้ โดยที่ประชุมมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมกับคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.40% และคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25%

ขณะเดียวกัน ECB ประกาศคงวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ระดับ 3 หมื่นล้านยูโร/เดือน จนถึงเดือนก.ย.

อย่างไรก็ดี ECB ระบุว่า ธนาคารอาจจะขยายเวลาโครงการซื้อพันธบัตรออกไปหลังเดือนก.ย. หากมีความจำเป็น

-- นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวเมื่อวานนี้ว่า การแข็งค่าของยูโรเป็นต้นเหตุของความไม่แน่นอน ซึ่งทำให้ ECB ต้องจับตามองความเคลื่อนไหวของยูโร

ยูโรได้แข็งค่าขึ้นในระยะนี้ ขานรับเศรษฐกิจยูโรโซนที่มีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ความเสี่ยงด้านการเมืองลดน้อยลง

อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของยูโรได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของยุโรป รวมทั้งภาวะเงินเฟ้อในยูโรโซน ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดนโยบายการเงินของ ECB

-- โอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรและนักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพลของสหรัฐ ดับข่าวลือที่ว่าเธออาจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2563

วินฟรีย์ระบุในบทสัมภาษณ์ในนิตยสาร InStyle ว่า เธอไม่ได้ให้ความสนใจต่อเรื่องดังกล่าว

"มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันสนใจ และฉันก็ไม่มี DNA สำหรับเรื่องนี้" วินฟรีย์กล่าว

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า กำไรของบริษัทขนาดใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมของจีนประจำเดือนธ.ค. ปรับตัวขึ้น 10.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 8.2416 แสนล้านหยวน

ส่วนกำไรภาคอุตสาหกรรมตลอดปี 2560 เพิ่มขึ้น 21% เทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 7.519 ล้านล้านหยวน ซึ่งชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดือนม.ค.-พ.ย. 2560 ซึ่งขยายตัว 21.9%

-- กระทรวงสื่อสารและกิจการภายในประเทศของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐานซึ่งไม่นับรวมรวมราคาอาหารสด ปรับตัวขึ้น 0.9% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ทำสถิติเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 12

อย่างไรก็ตาม ดัชนี CPI พื้นฐานซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญนั้น ยังอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ระดับ 2%

-- กรุงโตเกียวของญี่ปุ่นเผชิญสภาพอากาศหนาวเย็นที่สุดในรอบ 48 ปีเมื่อวานนี้ หลังจากอุณหภูมิลดต่ำลงถึง -4 องศาเซลเซียส

เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนม.ค.2513 ที่กรุงโตเกียวเผชิญสภาพหนาวเย็นดังกล่าว ขณะที่เขตฟูชู ซึ่งอยู่ชานกรุงโตเกียวมีอุณหภูมิต่ำเป็นประวัติการณ์ถึง -8.4 องศาเซลเซียส

กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า ญี่ปุ่นจะยังคงเผชิญความกดอากาศของช่วงฤดูหนาวจนถึงวันพรุ่งนี้ และคาดว่ากรุงโตเกียวจะมีหิมะตกหนาถึง 50 เซนติเมตร

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 17,000 ราย สู่ระดับ 233,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 240,000 ราย

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ลดลงมากกว่าคาดในเดือนธ.ค. โดยดิ่งลง 9.3% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 625,000 ยูนิต ซึ่งเป็นการทรุดตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2559 หลังจากแตะระดับ 689,000 ยูนิตในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2550

Conference Board เปิดเผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ปรับตัวขึ้น 0.6% ในเดือนธ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.5% หลังจากขยับขึ้น 0.4% ในเดือนพ.ย.

-- อังกฤษเตรียมรายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2560 เวลา 16.30 น. ของวันนี้ตามเวลาไทย โดยสถาบันวิจัยเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของอังกฤษ (NIESR) คาดการณ์ว่า GDP อังกฤษขยายตัวดีขึ้นใน Q4/60 หลังภาคการผลิต-บริการยังแข็งแกร่ง

สำหรับตัวเลขประจำไตรมาสล่าสุดที่เคยมีการรายงานไว้ สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) รายงานว่า GDP อังกฤษ ยังคงขยายตัวระดับปานกลางในช่วงไตรมาส 3 โดยได้แรงหนุนความแข็งแกร่งของการใช้จ่ายผู้บริโภค แม้เศรษฐกิจเผชิญแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เป็นผลมาจากงบประมาณที่อัดฉีดเข้าสู่ภาคครัวเรือนก็ตาม

ONS ได้เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของ GDP ในไตรมาส 3 โดยระบุว่ามีการขยายตัว 0.4% ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากการประมาณการเบื้องต้น และยังสอคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

-- สหรัฐเตรียมรายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2560 เวลา 20.30 น. ตามเวลาไทย

ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นตัวเลขประมาณการขั้นสุดท้าย สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3 ที่ระดับ 3.2% โดยต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.3%


 Attach File : 580300000067_1.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018
  on : Thu January 25,2018, 10:17
World Today: สรุปข่าวน่าติดตามประจำวันที่ 25 มกราคม 2561

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 ม.ค.) หลังจากนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้กล่าวในการแถลงข่าวในการประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอสเมื่อวานนี้ว่า การที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงในระยะนี้ เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของสหรัฐ

-- สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวในการแถลงข่าวในการประชุม WEF ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวานนี้ สหรัฐเป็นประเทศที่เปิดกว้างสำหรับภาคธุรกิจ และการที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงในระยะนี้ ก็เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ส่งออกของอเมริกา

ทั้งนี้ นายมนูชินกล่าวว่า สหรัฐให้การสนับสนุนการค้าที่เสรี และเป็นธรรม และเสริมว่าการขยายตัวที่แข็งแกร่งของสหรัฐจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ และไม่ขัดแย้งกับนโยบาย"อเมริกาต้องมาก่อน"ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

--นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ กล่าวในการประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า สหรัฐจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของสงครามการค้าโลกอีกต่อไป พร้อมกับส่งสัญญาณว่า รัฐบาลสหรัฐอาจปรับขึ้นภาษีศุลกากรอีกในอนาคต หลังจากที่ก่อนหน้านี้เพิ่งได้มีการลงนามบังคับใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีโซลาร์เซลล์และเครื่องซักผ้า

รมว.พาณิชย์สหรัฐยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทางการสหรัฐกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนจีนในเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อหามาตรการจัดการกับจีนต่อไป ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการประกาศสงครามการค้าและปกป้องสหรัฐจากการค้าที่ไม่เป็นธรรมจากชาติอื่นๆ

นายรอสส์ เปิดเผยว่า สงครามการค้าได้เกิดขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้ว ส่งผลให้วันนี้สหรัฐต้องหามาตรการปกป้องตนเองจากการค้าที่ไม่เป็นธรรม หนึ่งในนั้นคือการปรับขึ้นภาษีศุลกากร ซึ่งไม่ได้เป็นการกีดกันทางการค้า แต่เป็นการทำตามกฎระเบียบที่ควรจะเป็นเท่านั้น

ทั้งนี้ การแสดงความเห็นของนายรอสส์ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่า ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามบังคับใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเครื่องซักผ้าและแผงพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยปกป้องผู้ผลิตในสหรัฐ แต่จะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตจากจีน

-- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นมายืนที่เหนือระดับ 65 ดอลลาร์/บาร์เรลเมื่อคืนนี้ (24 ม.ค.) ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 10

สัญญาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจาก EIA ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 1.1 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 411.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 19 ม.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 10

ทั้งนี้ ข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบของ EIA ออกมาสวนทางกับที่สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) รายงานก่อนหน้านี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้น 4.8 ล้านบาร์เรลในรอบสัปดาห์ดังกล่าว

-- สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองร่วงลงในเดือนธ.ค.มากกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เนื่องจากภาวะขาดแคลนบ้านได้ส่งผลให้ราคาบ้านแพงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันตลาด

ทั้งนี้ ยอดขายบ้านมือสองร่วงลง 3.6% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 5.57 ล้านยูนิต โดยลดลงทุกภูมิภาค

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดขายบ้านมือสองจะลดลง 2.2% สู่ระดับ 5.70 ล้านยูนิตในเดือนธ.ค.

--ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ร่วงลงแตะระดับ 53.8 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน จากระดับ 54.1 ในเดือนธ.ค.

อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคธุรกิจของสหรัฐยังคงมีการขยายตัว โดยได้แรงหนุนจากการจ้างงาน และคำสั่งซื้อใหม่

ส่วนดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น อยู่ที่ 55.5 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 34 เดือน จากระดับ 55.1 ในเดือนธ.ค.

สำหรับดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น อยู่ที่ 53.3 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน จากระดับ 53.7 ในเดือนธ.ค.

-- ไอเอชเอส มาร์กิต เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นของยูโรโซน ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 58.6 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 139 เดือน หรือในรอบเกือบ 12 ปี จากระดับ 58.1 ในเดือนธ.ค.

ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า กิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนยังคงมีการขยายตัว โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการจ้างงานซึ่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2543 รวมทั้งคำสั่งซื้อใหม่ที่พุ่งขึ้น

สำหรับดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น อยู่ที่ 57.6 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 125 เดือน หรือในรอบกว่า 10 ปี โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 56.6 ในเดือนธ.ค.

อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น อยู่ที่ 61.1 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ลดลงจากระดับ 62.2 ในเดือนธ.ค.

-- กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งใหม่ในวันนี้ เพื่อกดดันให้เกาหลีเหนือยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ และขีปนาวุธ

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังประกาศคว่ำบาตรบริษัท 9 แห่ง, เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือ 16 ราย และเรือ 6 ลำ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนโครงการอาวุธของเกาหลีเหนือ

บริษัท 2 แห่งที่อยู่ในรายชื่อถูกคว่ำบาตรเป็นบริษัทของจีนซึ่งได้ส่งออกโลหะ และชิ้นส่วนสำหรับผลิตอาวุธให้แก่เกาหลีเหนือ ขณะที่เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือที่ถูกคว่ำบาตรเป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานอยู่ในจีน รัสเซีย และจอร์เจีย

-- ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีกำหนดการประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ยในวันนี้ โดยนักลงทุนจับตาการประชุม ECB อย่างใกล้ชิด หลังจากเจ้าหน้าที่ ECB ได้ออกมาส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ว่า ECB อาจประกาศยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หลังจากเดือนก.ย.นี้ หากเศรษฐกิจและเงินเฟ้อมีการปรับตัวตามที่ ECB คาดการณ์ไว้

-- นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ ที่จะเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.จากสถาบัน GfK และความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนม.ค.จากสถาบัน IFO ของเยอรมนี, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนธ.ค. และยอดขายบ้านใหม่เดือนธ.ค. ของสหรัฐ รวมถึงการประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB)

ส่วนในวันพรุ่งนี้ เกาหลีใต้จะเปิดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค. ขณะที่ญี่ปุ่นจะเปิดเผยรายงานการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนธ.ค., จีนจะเปิดเผยกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค., ฝรั่งเศสจะเปิดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.และความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนม.ค., อังกฤษจะเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2560 ทางด้านสหรัฐจะเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนธ.ค. และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2560

 Attach File : IMG_2435_3.JPG

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018
  on : Wed January 24,2018, 10:13
World Today: สรุปข่าวน่าติดตามประจำวันที่ 24 มกราคม 2561

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ได้ลงนามบังคับใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่สำหรับใช้ในที่พักอาศัยและแผงพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยปกป้องผู้ผลิตในสหรัฐ แต่จะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตจากจีนและเกาหลีใต้

ทรัมป์กล่าวในขณะลงนามบังคับใช้มาตรการดังกล่าวว่า "เรากำลังนำธุรกิจกลับคืนสู่สหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี" ขณะที่เจ้าหน้าที่การค้าสหรัฐระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 ก.พ.นี้

-- กระทรวงพาณิชย์จีนแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่สำหรับใช้ในที่พักอาศัยและแผงพลังงานแสงอาทิตย์ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการใช้มาตรการเยียวยาการค้าในทางมิชอบ

ทั้งนี้ จีนเป็นผู้ผลิตแผงพลังงานแสงอาทิตย์รายใหญ่ที่สุดในโลก และยังส่งออกเครื่องซักผ้าจำนวนกว่า 21 ล้านเครื่องในปีที่ผ่านมา ทำเงินเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์

-- กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดเกินดุลการค้าเดือนธ.ค.2560 อยู่ที่ระดับ 3.59 แสนล้านเยน ซึ่งเป็นการเกินดุลการค้าติดต่อกันเดือนที่ 7 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวปรับตัวลง 43.5% จากเดือนธ.ค.ปีก่อนหน้า เนื่องจากยอดนำเข้าขยายตัวมากกว่ายอดส่งออก

ทั้งนี้ ยอดส่งออกเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 9.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 7.30 ล้านล้านเยน ขณะที่ยอดนำเข้าเดือนธ.ค.พุ่งขึ้น 14.9% สู่ระดับ 6.94 ล้านล้านเยน

-- นาย ฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ออกมายืนยันว่า BOJ จะเดินหน้าใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินแบบเชิงรุกต่อไป โดยระบุว่า อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นยังคงอยู่ในระดับต่ำเกินกว่าที่ BOJ จะตัดสินใจถอนมาตรการกระตุ้นทางการเงิน

"เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังขยายตัวในระดับปานกลาง แต่อัตราเงินเฟ้อยังคงอ่อนแอ ขณะที่ประเทศอื่นๆกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่คล้ายกัน อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อในประเทศเหล่านั้นเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 1.5% แต่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่นับรวมพลังงานในญี่ปุ่นนั้น อยู่เหนือระดับ 0% เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งบ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อในญี่ปุ่นยังคงอยู่ห่างจากเป้าหมายที่ระดับ 2% และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ BOJ ยังไม่มีการอภิปรายเรื่องการถอนนโยบายผ่อนคลายการเงินเชิงรุก" นายคุโรดะกล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อวานนี้

-- วุฒิสภาสหรัฐมีมติรับรองนายเจอโรม พาวเวล ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ แทนนางเจเน็ต เยลเลน ซึ่งจะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดในวันที่ 3 ก.พ.นี้

ทั้งนี้ วุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติรับรองนายพาวเวลด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 85 ต่อ 12 เสียงเมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ

-- รัฐบาลสิงคโปร์เปิดเผยว่า 11 ชาติสมาชิกข้อตกลงการค้าเสรีภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) เห็นชอบให้รับข้อตกลงฉบับแก้ไขหลังการประชุมร่วมกันเป็นเวลา 2 วันที่กรุงโตเกียว และมีกำหนดลงนามภายในต้นเดือนมี.ค.นี้

ข้อตกลงฉบับใหม่นี้มีชื่อว่า "ข้อตกลงการค้าเสรีภาคพื้นแปซิฟิกฉบับครอบคลุมและก้าวหน้า" เป็นข้อตกลงเขตการค้าเสรีที่แก้ไขจากข้อตกลงฉบับก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกเมื่อไม่นานมานี้

-- ทางการเกาหลีใต้ประกาศห้ามการใช้บัญชีธนาคารที่ไม่เปิดเผยชื่อเจ้าของบัญชีทำการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลเมื่อวานนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะสกัดการฟอกเงิน ขณะที่ผู้ที่มีกระเป๋าเงินดิจิทัลแต่ไม่ระบุตัวตน จะต้องทำการผูกกระเป๋าเข้ากับบัญชีธนาคารที่ใช้ชื่อจริง และทำการยืนยันข้อมูลส่วนบุคคล

ทั้งนี้ เกาหลีใต้นับเป็นตลาดซื้อขายบิตคอยน์ และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ รายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากญี่ปุ่น และสหรัฐ โดยมีสัดส่วนการซื้อขายบิตคอยน์ 6-12% ของปริมาณการซื้อขายทั่วโลก ขณะที่มีการซื้อขายอีเธอเรียม 14% และริพเพิล 33%

-- นางอดีนา ฟรีดแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของตลาด Nasdaq กล่าวว่า Nasdaq กำลังพิจารณาการออกสัญญาฟิวเจอร์สของสกุลเงินดิจิทัล แต่ในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากที่ CBOE Global Markets Inc และ Chicago Mercantile Exchange (CME) ได้ทำการออกบิตคอยน์ฟิวเจอร์สก่อนหน้านี้

"เรากำลังพิจารณาแนวคิดในการออกสัญญาฟิวเจอร์สของสกุลเงินดิจิทัลกับพันธมิตรอีกรายหนึ่ง และเรากำลังพิจารณาการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจว่าเรามีการจัดเตรียมโปรโตคอลที่ถูกต้อง และมั่นใจว่ามีความต้องการที่เพียงพอในตลาด และสัญญาฟิวเจอร์สของเราจะแตกต่างจากสิ่งที่คู่แข่งได้นำเสนออยู่ในขณะนี้" นางฟรีดแมนกล่าว

- คาร์ฟูร์ บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส ประกาศลดจำนวนพนักงาน 2,400 คนในฝรั่งเศส เพื่อลดค่าใช้จ่าย ขณะที่บริษัทจะหันไปเพิ่มการลงทุนในตลาดออนไลน์

คาร์ฟูร์แถลงว่า บริษัทจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพ และความสามารถในการแข่งขันในการให้บริการต่อลูกค้า ตามโครงการ"คาร์ฟูร์ 2022" ซึ่งทำให้บริษัทจำเป็นต้องลดต้นทุน และใช้นโยบายการลงทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

-- เจพีมอร์แกน เชส ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ เมื่อพิจารณาจากมูลค่าสินทรัพย์ เปิดเผยแผนการลงทุนวงเงิน 2 หมื่นล้านดอลลาร์จากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารจะได้รับประโยชน์จากมาตรการปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ทั้งนี้ เจพีมอร์แกน เชส ระบุว่า แผนการดังกล่าวมีระยะเวลา 5 ปี โดยธนาคารจะเพิ่มค่าจ้างเฉลี่ย 10% สำหรับพนักงานจำนวน 22,000 คน โดยอยู่ในช่วง 15-18 ดอลลาร์/ชั่วโมง

นอกจากนี้ เจพีมอร์แกน เชสจะรับพนักงานเพิ่มอีก 4,000 คน ขณะที่จะเปิดสาขาในเมืองใหม่ๆ จำนวน 400 สาขา และเพิ่มการปล่อยสินเชื่อให้แก่ธุรกิจรายย่อยอีก 4 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงเพิ่มวงเงินสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยอีก 25% สู่ระดับ 5 หมื่นล้านดอลลาร์

-- ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีกำหนดจัดการประชุมนโยบายการเงินและแถลงอัตราดอกเบี้ยในวันพรุ่งนี้ โดยก่อนหน้านี้ นายอาร์โด แฮนสัน กรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ ECB ได้ออกมาส่งสัญญาณว่า ECB อาจประกาศยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หลังจากเดือนก.ย.นี้ หากเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อมีการปรับตัวตามที่ ECB คาดการณ์ไว้

-- นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศต่างๆในวันนี้ โดยทางการมาเลเซียจะเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนธ.ค. ขณะที่มาร์กิตจะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเบื้องต้นเดือนม.ค. และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนม.ค.ของฝรั่งเศส เยอรมนี สหภาพยุโรป และสหรัฐ ขณะที่ทางการสหรัฐเองก็จะเปิดเผยดัชนีราคาบ้านเดือนพ.ย., ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)

ส่วนในวันพรุ่งนี้ เกาหลีใต้จะเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2560 ขณะที่เยอรมนีจะเปิดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.จากสถาบัน GfK และสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนธ.ค. และยอดขายบ้านใหม่เดือนธ.ค.

 Attach File : S__15671307_5.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018
  on : Tue January 23,2018, 10:10
World Today: สรุปข่าวประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 23 มกราคม 2561

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ลงนามเพื่อบังคับใช้กฎหมายงบประมาณชั่วคราวเมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดของภาวะการปิดหน่วยงานรัฐบาล (ชัตดาวน์) ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา และยังเปิดทางให้หน่วยงานส่วนใหญ่ของรัฐบาลสหรัฐสามารถกลับมาดำเนินการได้อีกครั้งในวันนี้

การลงนามบังคับใช้กฎหมายงบประมาณชั่วคราวฉบับนี้ จะช่วยให้รัฐบาลสหรัฐมีงบประมาณในการบริหารประเทศจนถึงวันที่ 8 ก.พ.

วุฒิสภาสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น 81 ต่อ 18 เสียง ให้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเมื่อวานนนี้ ก่อนที่จะส่งไปให้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเพื่อการพิจารณาต่อไป ซึ่งในเวลาต่อมา สภาผู้แทนราษฏรสหรัฐก็มีมติด้วยคะแนนเสียง 266 ต่อ 150 เสียง ให้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณฉบับดังกล่าว

-- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (22 ม.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮด้วยเช่นกัน หลังจากวุฒิสภาสหรัฐลงมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณเมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ ก่อนที่จะส่งไปให้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐทำการพิจารณาต่อไป และหลังจากนั้นจะส่งต่อให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมาย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,214.60 จุด เพิ่มขึ้น 142.88 จุด หรือ +0.55% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,832.97 จุด เพิ่มขึ้น 22.67 จุด หรือ +0.81% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,408.03 จุด เพิ่มขึ้น 71.65 จุด หรือ +0.98%

--กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ และปีหน้า สู่ระดับ 3.9% โดยปรับเพิ่มขึ้น 0.2%

IMF ระบุว่า การปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวมีสาเหตุจากแรงผลักดันการขยายตัวในระดับโลกที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งจากอานิสงส์ของการที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทำการปฏิรูประบบภาษี

ทั้งนี้ IMF เปิดเผยรายงานเวิลด์ อิโคโนมิก เอาท์ลุค (WEO) หรือ"แนวโน้มเศรษฐกิจโลก"เมื่อวานนี้ ก่อนที่การประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) จะเริ่มขึ้นในวันนี้ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์

--ตลาดการเงินจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งจะเสร็จสิ้นลงในวันนี้ ขณะที่มีกระแสคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า คณะกรรมการบริหารของ BOJ จะคงนโยบายผ่อนคลายการเงินต่อไป แม้ว่าจะมีสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ ในขณะที่เงินเฟ้อของญี่ปุ่นยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเป้าหมาย

นอกจากนี้ ตลาดการเงินยังรอดูการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการ BOJ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมในวันนี้ เพื่อจับสัญญาณบ่งชี้ถึงทิศทางการดำเนินนโยบายของ BOJ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ BOJ ได้ปรับลดปริมาณการซื้อพันธบัตรรัฐบาลในช่วงต้นเดือนนี้ ซึ่งนักลงทุนต่างมองว่าการดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการส่งสัญญาณการคุมเข้มนโยบายในอนาคต และยังทำให้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นและเงินเยนแข็งค่าขึ้น

--ผู้แทนของแคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐจะเปิดการเจรจารอบ 6 เกี่ยวกับข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ในวันนี้ถึงวันที่ 28 ม.ค. ที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะประกาศนำสหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลง NAFTA ในเร็วๆนี้ หลังจากที่เขาขู่ที่จะนำสหรัฐถอนตัวอยู่หลายครั้ง

--นายวิมโบห์ ซานโตโซ ประธานสำนักงานกำกับสถาบันการเงินอินโดนีเซีย (OJK) กล่าวว่า OJK ประกาศห้ามสถาบันการเงินในประเทศใช้บิตคอยน์ หรือสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ในการทำธุรกรรมทั่วประเทศ

คำสั่งดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายของอินโดนีเซียที่ระบุว่า รูเปียห์ถือเป็นสกุลเงินเดียวที่ได้รับอนุญาตสำหรับการทำธุรกรรมในประเทศ

นายซานโตโซระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบรายงานข่าวที่ว่า มีการใช้บิตคอยน์ในการทำธุรกรรมในเกาะบาหลี

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังจากมีการพบโฆษณาออนไลน์ของธุรกิจหลายแห่งบนเกาะบาหลีที่ประกาศรับบิตคอยน์สำหรับการชำระค่าบริการ

--นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ ที่จะเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อเดือนธ.ค.ของสิงคโปร์, ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนม.ค.ของอียูและเยอรมนีจากสถาบัน ZEW, ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนม.ค.ของเยอรมนี, ดัชนีการผลิตเดือนม.ค.ของสหรัฐโดยเฟดสาขาริชมอนด์ และสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์จากการปิโตรเลียมสหรัฐ (API)

ส่วนในวันพรุ่งนี้ มาร์กิตจะรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เบื้องต้นภาคการผลิต และดัชนี PMI เบื้องต้นภาคบริการเดือนม.ค.ของฝรั่งเศส เยอรมนี อียู และสหรัฐ ขณะที่ญี่ปุ่นจะเปิดเผยดุลการค้าเดือนธ.ค. และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนพ.ย. อังกฤษจะรายงานอัตราว่างงานเดือนพ.ย. ด้านสหรัฐจะรายงานดัชนีราคาบ้านเดือนพ.ย. ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ

 Attach File : เทรดทอง1_3.PNG

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018
  on : Mon January 22,2018, 14:41
World Today: สรุปข่าวประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 22 มกราคม 2561

หน่วยงานบางส่วนของรัฐบาลสหรัฐได้เข้าสู่ภาวะชัตดาวน์ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนวันศุกร์ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเที่ยงวันเสาร์ที่ผ่านมาตามเวลาไทย หลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐไม่สามารถรวบรวมคะแนนเสียงได้เพียงพอที่จะผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว เพื่อช่วยให้รัฐบาลกลางสหรัฐมีงบประมาณในการดำเนินงานต่อไปเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์

-- นางซาราห์ ฮัคคาบี แซนเดอร์ส โฆษกประจำทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับแกนนำสภาคองเกรสและสมาชิกหลายคนในคณะทำงานของรัฐบาลเมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ เกี่ยวกับผลกระทบของการที่หน่วยงานของรัฐบาลบางส่วนได้ถูกชัตดาวน์ หลังจากวุฒิสภาไม่ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว

นางแซนเดอร์สกล่าวว่า "คณะทำงานของประธานาธิบดีทรัมป์กำลังทำงานกันอย่างหนัก เพื่อเร่งผลักดันให้หน่วยงานของรัฐบาลสามารถกลับมาดำเนินงานได้อีกครั้ง และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าบรรดาทหารและครอบครัวของพวกเขา รวมทั้งเด็กๆผู้ด้อยโอกาส และชาวอเมริกันทุกคน จะได้รับการดูแลต่อไป"

-- ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 94.4 ในกลางเดือนม.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าดัชนีจะดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 97.0 หลังจากอยู่ที่ระดับ 95.9 ในเดือนธ.ค.

นายริชาร์ด เคอร์ติน หัวหน้านักวิเคราะห์สำหรับการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค กล่าวว่า ผู้บริโภคกังวลต่อความล่าช้าในการได้รับอานิสงส์จากมาตรการปฏิรูปภาษี

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค 500 รายต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ ฐานะการเงินส่วนบุคคล, ภาวะเงินเฟ้อ, การว่างงาน, อัตราดอกเบี้ย และนโยบายรัฐบาล

-- นักลงทุนในตลาดการเงินจับตาท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐในเดือนหน้าว่า ทรัมป์จะดำเนินมาตรการที่แข็งกร้าวต่อจีนในประเด็นการค้าหรือไม่ โดยตลอด 1 ปีที่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐนั้น เขาไม่สามารถสกัดการขยายตัวของยอดเกินดุลการค้าที่จีนมีต่อสหรัฐได้

ในช่วงที่ผ่านมานั้น ทรัมป์ไม่ได้ใช้มาตรการที่แข็งกร้าวเกี่ยวกับนโยบายการค้ากับจีน เพียงแต่สั่งการให้คณะทำงานของเขาเร่งศึกษาปัญหาต่างๆที่ทำให้สหรัฐขาดดุลการค้ากับจีน แทนการใช้นโยบายคุมเข้มเกี่ยวกับภาษีนำเข้า

ส่วนเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้มีโอกาสหารือทางโทรศัพท์ร่วมกันนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน โดยนายสีกล่าวว่า จีนและสหรัฐควรหาวิธีที่สร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจและการค้าที่ทั้งสองประเทศต่างก็เผชิญอยู่ในขณะนี้ โดยผ่านการเปิดตลาดซึ่งกันและกัน ซึ่งจะทำไปสู่การรับผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นร่วมกัน

-- พรรคสังคมประชาธิปไตย (SPD) ของเยอรมนีได้ตกลงที่จะเจรจาเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับพรรคสหภาพสังคมคริสเตียน (CSU) ของนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา พรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (CDU), CSU และพรรค SPD ได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล โดยข้อตกลงที่แกนนำทั้ง 3 พรรคเห็นพ้องกันในวันดังกล่าวนั้น รวมถึงการทำข้อตกลงกันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นภาษี และจะจำกัดจำนวนผู้อพยพเข้าประเทศให้อยู่ในช่วง 180,000-220,000 คนต่อปี รวมทั้งตกลงที่จะสร้างความเข้มแข็งให้แก่สหภาพยุโรป (EU) ด้วยการให้เยอรมนีสมทบเงินช่วยเหลือ EU มากขึ้น

-- คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือจะส่งนักกีฬา 22 ราย พร้อมด้วยโค้ชและเจ้าหน้าที่อีก 24 ราย เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในเดือนหน้าที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยคณะนักกีฬาดังกล่าวจะเข้าร่วมในการแข่งขันกีฬา 3 รายการ โดยการเข้าร่วมในการแข่งขันของเกาหลีเหนือครั้งนี้ได้รับความเห็นชอบในที่ประชุมระหว่างนายโทมัส บาค ประธาน IOC คณะผู้จัดงานการแข่งขัน และคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกของทั้ง 2 ประเทศ

ทั้งนี้ ผู้แทนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้จะร่วมเดินขบวนเข้าสู่พิธีเปิดการแข่งขันภายใต้ชื่อ "เกาหลี" รวมทั้งถือธงรวมชาติเกาหลี โดยเปิดเพลงอารีรัง

-- นักลงทุนในตลาดการเงินจับตาการประชุมของธนาคารกลางต่างๆในสัปดาห์นี้ โดยในวันพรุ่งนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 22-23 นี้ ส่วนธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประชุมนโยบายการเงินในวันพฤหัสบดีนี้ ทางด้านธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะจัดการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 30-31 ม.ค.นี้

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า BOJ จะยังคงนโยบายการเงินไว้ในการประชุมวันที่ 22-23 มี.ค.นี้ และคาดการณ์ว่า BOJ จะเริ่มคุมเข้มนโยบายในช่วงเดือนก.ย.หรือต.ค.

ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ที่ประชุมเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ในกรอบ 1.25%-1.50% ในการประชุมวันที่ 30-31 ม.ค.นี้

-- นอกเหนือจากการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆแล้ว นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้เช่นกัน โดยในวันนี้ เกาหลีใต้จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนธ.ค. และสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีกิจกรรมเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือนธ.ค.จากเฟดสาขาชิคาโก

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ฟิลิปปินส์จะเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2560 ขณะที่สถาบัน ZEW จะเปิดเผยความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนม.ค.ของสหภาพยุโรปและเยอรมนี ขณะที่สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีการผลิตเดือนม.ค.จากเฟดสาขาริชมอนด์


 Attach File : S__15671308_4.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018
  on : Fri January 19,2018, 09:08
World Today: สรุปข่าวประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 19 มกราคม 2561

-- จับตาความเคลื่อนไหวในสภาคองเกรสสหรัฐวันนี้ หลังเกิดกระแสวิตกกังวลว่าสภาคองเกรสสหรัฐอาจไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวได้ทันเส้นตายในวันนี้ ซึ่งจะส่งผลให้มีการปิดหน่วยงานของรัฐบาล หรือ ชัตดาวน์

ล่าสุดสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 230 ต่อ 197 ให้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเมื่อคืนนี้ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐสามารถหลีกเลี่ยงการถูกชัตดาวน์ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวจะถูกส่งให้วุฒิสภาสหรัฐพิจารณาเป็นลำดับต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่า วุฒิสภาสหรัฐจะสามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวฉบับนี้หรือไม่ เนื่องจากมีวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตบางคนกล่าวว่า พวกเขาจะโหวตคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้

หากวุฒิสภาไม่สามารถลงมติอนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวได้ทันก่อนเส้นตายในวันนี้ ก็จะส่งผลให้หน่วยงานของรัฐบาลถูกชัตดาวน์ เนื่องจากขาดงบประมาณในการดำเนินงาน

-- ยุโรปได้รับผลกระทบอย่างหนักจากพายุฤดูหนาวเมื่อวานนี้ ส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบิน และการเดินทางด้วยรถไฟ ขณะที่เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน

สายการบิน KLM ประกาศยกเลิกเที่ยวบินกว่า 200 เที่ยว ขณะที่ท่าอากาศยาน Schiphol ในกรุงอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ประกาศยกเลิก และเลื่อนเวลาเที่ยวบินจำนวนมาก หลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีลมกรรโชกแรงถึง 140 กม./ชม.

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการรายงานผู้เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากสภาพอากาศดังกล่าว

-- สกุลเงินดิจิทัลฟื้นตัวเมื่อคืนนี้ หลังจากดิ่งลงอย่างหนักติดต่อกัน 2 วัน จนทำให้มูลค่าของบิตคอยน์วูบหายไปมากกว่า 50% จากความกังวลเกี่ยวกับการที่จีนและเกาหลีใต้อาจมีมาตรการห้ามซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล

-- เมื่อวานนี้มีรายงานข่าวว่า เกาหลีใต้เตรียมพิจารณาเรื่องการยุติการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในประเทศ หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงอันตรายของสกุลเงินดังกล่าวไปทั่วโลก

ประธานกรรมาธิการด้านการเงินของเกาหลีใต้ตอบคำถามต่อรัฐสภาว่า "รัฐบาลกำลังพิจารณาว่าจะปิดการซื้อขายสกุลเงินเสมือนจริงในประเทศทั้งหมด หรือจะระงับการซื้อขายเฉพาะสกุลเงินที่ผิดกฎหมาย"

ด้านนายลี จู ยอล ผู้ว่าการธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) แถลงว่า "เงินดิจิทัลไม่ใช่สกุลเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายและยังไม่มีการนำมาใช้ในปัจจุบัน"

-- กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้ออกรายงานประจำเดือนม.ค. โดยระบุว่า ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกได้เพิ่มขึ้นในเดือนธ.ค. และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีกในปีนี้ อันเนื่องจากการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มประเทศนอกโอเปก

รายงานดังกล่าวคาดการณ์ว่า กลุ่มประเทศนอกโอเปกจะผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น 1.15 ล้านบาร์เรล/วันในปีนี้ สู่ระดับ 58.94 ล้านบาร์เรล/วัน โดยประเทศในกลุ่มนอกโอเปกที่ผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น ได้แก่ สหรัฐ แคนาดา เม็กซิโก สหราชอาณาจักร เดนมาร์ก อินโดนีเซีย บราซิล และลาตินอเมริกา

นอกจากนี้ รายงานของโอเปกยังระบุว่า ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้น 0.40 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนธ.ค. สู่ระดับ 97.49 ล้านบาร์เรล/วัน

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่มีการเปิดเผยเมื่อวานนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ตลอดปี 2560 ขยายตัว 6.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายของทางการจีนที่ระดับ 6.5% ส่วน GDP ไตรมาส 4/2560 ขยายตัว 6.8%

การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรตลอดปี 2560 ขยายตัว 7.2% ซึ่งชะลอลง 0.3% จากระดับการขยายตัวในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2560 และลดลง 0.9% จากระดับการขยายตัวปี 2559

การลงทุนด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตลอดปี 2560 ขยายตัว 7% เทียบรายปี ซึ่งชะลอลง 1.1% จากระดับการขยายตัวในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2560 แต่ปรับตัวขึ้น 0.1% จากระดับการขยายตัวในปี 2559

การผลิตภาคอุตสาหกรรมตลอดปี 2560 ขยายตัว 6.6% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่ขยายตัว 6%

ยอดค้าปลีกตลอดปี 2560 ขยายตัว 10.2% ซึ่งชะลอตัวลง 0.2% จากระดับการขยายตัวของปีก่อนหน้า

-- ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่จะมีการเปิดเผยวันนี้ อินโดนีเซียมีกำหนดการรายงานตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ไตรมาส 4/2560 เวลา 08.00 น. และยอดขายรถยนต์เดือนธ.ค. เวลา 13.00 น. ตามเวลาไทย

เยอรมนีเตรียมรายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนธ.ค. เวลา 14.00 น.

ยุโรปเตรียมรายงานตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนพ.ย. เวลา 16.00 น.

อังกฤษเตรียมรายงานตัวเลขยอดค้าปลีกเดือนธ.ค. เวลา 16.30 น.

และปิดท้ายด้วยรายงานจากสหรัฐ ได้แก่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน เวลา 22.00 น

 Attach File : IMG_2435_2.JPG

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018
  on : Thu January 18,2018, 11:19
World Today: สรุปข่าวประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 18 มกราคม 2561

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลุแนว 26,000 จุดเป็นครั้งแรกเมื่อคืนนี้ (17 ม.ค.) โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปิดทำนิวไฮพร้อมกันอีกครั้ง เนื่องจากนักลงทุนขานรับรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หรือ "Beige Book" ซึ่งบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีการขยายตัวได้ดี และมีแนวโน้มที่สดใสในปี 2561 นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัทจดทะเบียน

-- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจทั้ง 12 เขต หรือ "Beige Book" เมื่อวานนี้ โดยระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของสหรัฐยังคงขยายตัวเล็กน้อยจนถึงปานกลางในช่วงปลายเดือนพ.ย.2560 จนถึงต้นปี 2561 ขณะที่ค่าแรงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ รายงาน Beige Book ยังระบุว่า "แนวโน้มเศรษฐกิจทั่วประเทศของสหรัฐในปี 2561 ยังคงสดใส โดยเขตส่วนใหญ่รายงานว่า ตลาดแรงงานยังคงอยู่ในภาวะตึงตัวและยังสามารถเปิดรับพนักงานที่มีความสามารถในทุกภาคส่วน

การเปิดเผยรายงาน Beige Book ครั้งล่าสุดนี้ มีขึ้นก่อนที่การประชุมเฟดครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 30-31 ม.ค.นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ในกรอบ 1.25%-1.50% ในการประชุมครั้งนี้

--ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐพุ่งขึ้น 0.9% ในเดือนธ.ค. โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ในการทำความร้อน ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นในสหรัฐ

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเพียง 0.4% ในเดือนธ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ย.

การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 8.2% ในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2553

นอกจากนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1.8% ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรก และเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2557

--- บิตคอยน์ดิ่งลงต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว ขณะที่แรงเทขายสกุลเงินดิจิทัลยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 จากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการที่จีนและเกาหลีใต้อาจมีคำสั่งห้ามการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งส่งผลให้บิทคอยน์, อีเธอเรียม และริพเพิล ต่างดิ่งลง และทำให้มูลค่าตลาดของสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมดวูบหายไปกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว

บิตคอยน์เพิ่งทะยานแตะ 19,343 ดอลลาร์เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่หลังจากนั้นก็ได้ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง และทรุดตัวลงแล้ว 52% เมื่อเทียบจากระดับดังกล่าว

การร่วงลงของบิตคอยน์เมื่อวานนี้ ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายวูบไปมากกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง

-- ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดพุ่งขึ้นเหนือระดับ 24,000 จุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2534 ในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากการทำนิวไฮของตลาดวอลล์สตรีทเมื่อคืนนี้ รวมทั้งเงินเยนที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ นำโดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า

--ธนาคารกลางเกาหลีใต้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.5% ในการประชุมวันนี้ หลังจากที่ปรับอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนพ.ย. 2560 ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2554

--สภาสามัญชนของอังกฤษ (House of Commons) มีมติผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยการแยกตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (Brexit) เมื่อคืนนี้ตามเวลาท้องถิ่น

สมาชิกสภาสามัญชนได้ออกเสียงสนับสนุน 324 เสียง และคัดค้าน 295 เสียง โดยร่างกฎหมาย Brexit มีวัตถุประสงค์เพื่อตัดความสัมพันธ์ทางด้านการเมือง การเงิน และด้านกฎหมาย กับทางสหภาพยุโรป

-- กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้แถลงว่า เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้จะส่งนักกีฬาร่วมลงแข่งขันกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหญิงในนามทีมเดียวกัน และนักกีฬาจากทั้งสองชาติจะเดินในขบวนพาเหรดร่วมกันภายใต้ธงผืนเดียวกันในพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 ที่เกาหลีใต้จะเป็นเจ้าภาพในเดือนหน้า

เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้บรรลุข้อตกลงดังกล่าวในการประชุมที่หมู่บ้านปันมุนจอม ซึ่งอยู่ที่ชายแดนของเกาหลีทั้งสองในวันนี้ หลังจากที่เกาหลีใต้ได้เสนอความเห็นดังกล่าวในการประชุมวันที่ 9 ม.ค.

ทั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้จะเดินพาเหรดเข้าสู่สนามในขบวนเดียวกันในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศในรอบ 11 ปี และจะเป็นการเดินพาเหรดร่วมกันเป็นครั้งที่ 10

-- หนังสือพิมพ์พีเพิลส์ เดลี ของจีนรายงานว่า นายกัว ซูชิง ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลภาคธนาคารของจีน (CBRC) ได้ให้คำมั่นว่า ทางการจีนจะใช้บทลงโทษกลุ่มผู้ถือหุ้นที่มีพฤติกรรมเอาเปรียบโดยอาศัยช่องว่างในโครงสร้างผู้ถือหุ้นของสถาบันการเงิน เพื่อยกระดับการปฏิรูปภาคการเงินและเสถียรภาพในภาคธนาคาร

ประธาน CBRC เปิดเผยว่า ผู้ถือหุ้นบางรายใช้ธนาคารเสมือนตู้กดเงินเพื่อเอาเงินเข้าตัวโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อระบบการเงินในภาพรวม ขณะที่ธนาคารบางรายยังมีการกำกับดูแลไม่รัดกุมมากพอ ส่งผลให้ทางการจีนจำเป็นต้องมีมาตรการลงโทษผู้ที่มีพฤติกรรมเอาเปรียบเหล่านี้

อย่างไรก็ดี ประธาน CBRC ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าจะใช้มาตรการลงโทษกับกลุ่มใดบ้าง

-- ทางการจีนเตรียมเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4/2560 และ GDP ตลอดปี 2560 ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า GDP ปี 2560 ของจีนจะขยายตัวราว 6.8%

ทางด้านนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า เศรษฐกิจจีนตลอดปี 2560 จะขยายตัวราว 6.9% ซึ่งเป็นอัตราขยายตัวที่รวดเร็วขึ้น หลังจากขยายตัวต่ำสุดในรอบ 26 ปี ในปี 2559

--นอกจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4/2560 และ GDP ตลอดปี 2560 ของจีนในวันนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. ของญี่ปุ่น รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ ได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนธ.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีการผลิตเบื้องต้นเดือนม.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันนี้

ส่วนในวันพรุ่งนี้ อียูจะเปิดเผยดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนพ.ย. อังกฤษจะเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนธ.ค. และสหรัฐจะเปิดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

-- นักลงทุนยังคงจับตาว่าสภาคองเกรสสหรัฐจะอนุมัติกฎหมายงบประมาณชั่วคราวได้ทันก่อนวันศุกร์ที่ 19 ม.ค.นี้หรือไม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาล หรือชัตดาวน์ ขณะที่ตลาดการเงินกังวลว่า ความขัดแย้งทางการเมืองของสหรัฐในขณะนี้อาจส่งผลให้สหรัฐมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับการชัตดาวน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคิดเห็นที่ไม่ลงรอยกันในเรื่องนโยบายรับคนเข้าเมือง

 Attach File : S__15671308_3.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018
  on : Wed January 17,2018, 10:56
World Today: สรุปข่าวประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 17 มกราคม 2561

-- ประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐและจีนถูกจับตาอีกครั้ง หลังจากนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนได้หารือทางโทรศัพท์ร่วมกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อวานนี้ โดยนายสีกล่าวว่า จีนและสหรัฐควรหาวิธีที่สร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจและการค้าที่ทั้งสองประเทศต่างก็เผชิญอยู่ในขณะนี้ โดยผ่านการเปิดตลาดซึ่งกันและกัน ซึ่งจะทำไปสู่การรับผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นร่วมกัน ขณะที่ทรัมป์กล่าวว่า การที่สหรัฐขาดดุลการค้ากับจีนมากขึ้นนั้น อาจเป็นสถานการณ์ที่ไม่ยั่งยืน

นอกจากนี้ ผู้นำจีนและสหรัฐยังได้หารือกันเกี่ยวกับประเด็นคาบสมุทรเกาหลี โดยนายสี จิ้นผิงกล่าวว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรร่วมกันเพื่อเดินหน้าคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการผลักดันให้เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้กลับมาเจรจาร่วมกันอีกครั้ง

-- บิตคอยน์ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัล ดิ่งลง 18% เมื่อวานนี้ ใกล้หลุดระดับ 11,000 ดอลลาร์ จากความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับการที่จีนและเกาหลีใต้จะออกมาตรการคุมเข้มการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล

บิตคอยน์ร่วงลงสู่ระดับ 11,191.59 ดอลลาร์เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ และทำสถิติทรุดตัวลงมากที่สุดภายในวันเดียวในรอบ 3 ปี โดยการดิ่งลงของบิทคอยน์ยังได้ส่งผลกระทบต่อสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ โดยอีเธอเรียมร่วงลง 23% ขณะที่ริพเพิลทรุดตัวลง 33%

-- ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับฐานลงเมื่อคืนนี้ (16 ม.ค.) หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ซึ่งได้ฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงด้วย นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่สหรัฐอาจต้องปิดหน่วยงานของรัฐบาล หรือชัตดาวน์ อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,792.86 จุด ลดลง 10.33 จุด หรือ -0.04% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,223.69 จุด ลดลง 37.38 จุด หรือ -0.51% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,776.42 จุด ลดลง 9.82 จุด หรือ -0.35%

-- สกุลเงินเยนแข็งค่าขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ จากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตร โดยความเคลื่อนไหวของ BOJ เป็นไปในทิศทางเดียวกับธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ส่งสัญญาณว่าอาจจะยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)

นายอาร์โด แฮนสัน กรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ ECB เปิดเผยว่า ECB อาจประกาศยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE หลังจากเดือนก.ย.นี้ หากเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อมีการปรับตัวตามที่ ECB คาดการณ์ไว้

-- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก รายงานว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ชะลอตัวลงในเดือนม.ค. โดยอยู่ที่ระดับ 17.7 หลังจากแตะระดับ 18.0 ในเดือนธ.ค.

เฟดสาขานิวยอร์กระบุว่า คำสั่งซื้อใหม่ยังคงมีการขยายตัว แต่ในอัตราที่ต่ำกว่าในเดือนธ.ค. ขณะที่ภาคธุรกิจยังคงมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต และยังคงมีแผนใช้จ่ายด้านทุน

-- นายฟรองซัวส์ วิลเลอรอย เดอ กาลอ กรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า ECB จะต้องจับตาความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร หลังจากที่ยูโรพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีเทียบดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของยูโรโซน และการคาดการณ์ที่ว่า ECB จะคุมเข้มนโยบายการเงินในไม่ช้า

-- ซิตี้กรุ๊ป เปิดเผยว่า ทางธนาคารมีกำไรในไตรมาส 4 ที่ 1.28 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.19 ดอลลาร์/หุ้น

ซิตี้กรุ๊ปยังระบุว่า ธนาคารมีรายได้ 1.7255 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

- โฆษกของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า อังกฤษยังคงตัดสินใจที่จะออกจากสหภาพยุโรป (EU) หลังจากที่ผู้นำ EU เปิดช่องให้อังกฤษทำการทบทวนการตัดสินใจกรณีแยกตัวออกจาก EU (Brexit)

ก่อนหน้านี้ นายโดนัลด์ ทัสค์ ประธานคณะมนตรียุโรป และนายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ได้เปิดทางให้อังกฤษสามารถมีโอกาสทบทวนการตัดสินใจแยกตัวออกจาก EU อีกครั้ง

-- ทางการอังกฤษเตรียมสอบสวนอดีตผู้บริหารของบริษัทคาริลเลียน ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจก่อสร้างของอังกฤษ เพื่อหาสาเหตุการล้มละลายของบริษัทเก่าแก่ที่มีอายุยาวนานถึง 200 ปี ซึ่งทำธุรกิจก่อสร้างนับตั้งแต่โรงพยาบาลไปจนถึงทางรถไฟ

ทั้งนี้ คาริลเลียนประสบปัญหาสภาพคล่องอย่างหนัก หลังจากที่เกิดความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการที่มีวงเงินลงทุนสูง และการดำเนินธุรกิจที่อยู่ในช่วงขาลง ส่งผลให้บริษัทออกคำเตือนเกี่ยวกับผลกำไรหลายครั้ง ขณะที่ประสบภาวะขาดทุนในช่วงครึ่งปีแรกของปีงบการเงินมากกว่า 1 พันล้านปอนด์

-- พื้นที่บางส่วนของรัฐเท็กซัสและแถบชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐต้องเผชิญกับพายุฤดูหนาวระลอกใหม่ ส่งผลให้สายการบินหลายแห่งต้องสั่งยกเลิกเที่ยวบินเป็นจำนวนรวมกันกว่าหลายร้อยเที่ยวบิน

สำหรับสายการบินที่สั่งยกเลิกเที่ยวบินแล้ว มีทั้งอเมริกันแอร์ไลน์ส เดลต้าแอร์ไลน์ส และยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส ครอบคลุมเที่ยวบินของวันอังคารที่ 16 ม.ค. และพุธที่ 17 ม.ค.

นอกจากนี้ สายการบินบางแห่งยังเตรียมยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางนิวยอร์ก บอสตัน และฟิลาเดลเฟียด้วย เนื่องจากพายุดังกล่าวกำลังเคลื่อนตัวไปยังจุดนั้น

 Attach File : TheHagueSecurityDeltaCapital_2.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018
  on : Tue January 16,2018, 13:10


World Today: สรุปข่าวประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 16 มกราคม 2561

ตลาดหุ้นสหรัฐ รวมทั้งตลาดการเงิน และสินค้าโภคภัณฑ์ต่างปิดทำการเมื่อคืนนี้ เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์

ส่วนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเกือบ 1% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับผลประกอบการสถาบันการเงินแข็งแกร่งของธนาคารรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงเจพีมอร์แกน เชส

-- ทางการจีนวางแผนสกัดการเข้าถึงแพลทฟอร์มและแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งบ่งชี้ว่าจีนยังคงเดินหน้ากวาดล้างการซื้อขายสกุลเงินบิตคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลประเภทอื่นๆ โดยทางการจีนมองว่า สกุลเงินดิจิทัล เป็นต้นตอของความเสี่ยงในระบบการเงิน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากรัฐบาลจีนได้รับรายงานเกี่ยวกับกิจกรรมการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นบนแพลทฟอร์มที่ตั้งขึ้นโดยชาวจีนและต่างชาติ นับตั้งแต่ที่รัฐบาลได้สั่งระงับการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลเมื่อปีที่แล้ว โดยทางการจีนได้ออกกฎห้ามการระดมทุนด้วยสกุลเงินดิจิทัล (ICO) หรือ Initial Coin Offering รวมทั้งปิดการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในหลายตลาด และจำกัดการขุดบิทคอยน์

-- หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกชัตดาวน์ภายในสัปดาห์นี้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้เปิดเผยว่า เขาอาจยกเลิกข้อตกลงเกี่ยวกับนโยบายรับคนเข้าเมืองของสหรัฐที่จัดทำขึ้นบนความรอมชอมระหว่างพรรคเดโมแครตกับพรรครีพับลิกัน

รายงานข่าวระบุว่า นายสตีเฟน มิลเลอร์ ที่ปรึกษาระดับอาวุโสประจำทำเนียบขาว และนายทอม คัตตอน วุฒิสมาชิกรัฐอาร์คันซอ ซึ่งเป็นนักการเมืองฝ่ายขวาจัดของรีพับลิกัน ได้ขอให้ทรัมป์พิจารณาปฏิเสธข้อตกลงดังกล่าว หลังจากที่ทรัมป์เคยแสดงท่าทีผ่อนปรนโดยยอมให้สมาชิกพรรครีพับลิกันแนวสายกลางทำข้อตกลงกับสมาชิกเดโมแครตได้

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกรณีที่เขาใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมในการเรียกประเทศเฮติ เอลซัลวาดอร์ และชาติแอฟริกาอื่นๆว่าเป็น "ประเทศโสโครก" ซึ่งก่อให้เกิดกระแสความกังวลว่า ทั้งสองพรรคอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในเรื่องการรับผู้อพยพได้

--นายอาร์โด แฮนสัน กรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า ECB อาจประกาศยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หลังจากเดือนก.ย.นี้ หากเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อมีการปรับตัวตามที่ ECB คาดการณ์ไว้

--กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้แถลงว่า เกาหลีเหนือตกลงที่จะส่งวงออร์เคสตราซึ่งมีสมาชิกจำนวน 140 คนไปยังเกาหลีใต้ในช่วงที่มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว และพาราลิมปิก ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองพยองชางในวันที่ 9-25 ก.พ.นี้

นอกจากนี้ เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เห็นพ้องที่จะจัดการเจรจาในวันพุธ เกี่ยวกับการที่เกาหลีเหนือจะเข้าร่วมในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพ

--ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อในระดับค้าส่ง ปรับตัวขึ้น 3.1% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลงหลังจากที่พุ่งขึ้น 3.5% ในเดือนพ.ย.

ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PPI เดือนธ.ค.ของญี่ปุ่นจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.4%

--รัฐบาลอินเดียเปิดเผยว่า ยอดส่งออกเดือนธ.ค.ของอินเดียปรับตัวขึ้น 12.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 2.703 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนพ.ย.ที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งถึง 30.6%

ขณะที่ยอดนำเข้าพุ่งขึ้น 21.1% สู่ระดับ 4.191 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2557 ส่งผลให้อินเดียมียอดขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.488 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนธ.ค. 2560 จากระดับ 1.055 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนธ.ค. 2559

-- คาริลเลียน บริษัทยักษ์ใหญ่ในธุรกิจก่อสร้างของอังกฤษ ประกาศล้มละลายเมื่อวานนี้ และเข้าสู่กระบวนการขอยกเลิกกิจการและชำระบัญชี เนื่องจากรัฐบาลปฏิเสธที่จะอัดฉีดเงินช่วยเหลือบริษัท ขณะที่สถาบันการเงินต่างปฏิเสธที่จะให้เงินกู้ต่อบริษัทอีกต่อไป หลังจากที่คาริลเลียนประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก โดยมีหนี้สินมากถึง 1.5 พันล้านปอนด์

-- รัฐบาลอังกฤษประกาศว่าจะจ่ายเงินค่าแรงให้กับพนักงานของบริษัทคาริลเลียนที่ทำสัญญาจ้างในภาคส่วนเอกชน เป็นเวลา 2 วัน หลังจากคาริลเลียน ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในธุรกิจก่อสร้างของอังกฤษ ประกาศล้มละลายเมื่อวานนี้

นายเดวิด ลีดิงตัน รัฐมนตรีประจำสำนักคณะรัฐมนตรีอังกฤษซึ่งรับผิดชอบในกรณีของคาริลเลียน กล่าวว่า รัฐบาลอังกฤษจะจ่ายเงินค่าแรงให้กับพนักงานกลุ่มนี้เป็นเวลา 2 วันเท่านั้น พร้อมระบุว่า พนักงานที่ทำสัญญาจ้างในภาคส่วนเอกชน ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะได้รับความคุ้มครองแบบเดียวกับพนักงานที่ให้บริการเกี่ยวข้องในภาครัฐ

-- นายมาริอาโน ราฮอย นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวว่า สเปนจะใช้อำนาจเข้าปกครองโดยตรงต่อแคว้นกาตาลุญญา หากรัฐสภาคาตาลันแต่งตั้งให้นายคาร์เลส ปุกเดมองต์ อดีตผู้นำแคว้นกาตาลุญญา กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง

รัฐสภาคาตาลันจะจัดการประชุมสภาเป็นครั้งแรกในวันพรุ่งนี้ (17 ม.ค.) เพื่อคัดเลือกคณะกรรมการสำหรับการบริหารประเทศในลักษณะวันต่อวัน ขณะที่จะมีการลงมติในสภาในวันที่ 31 ม.ค.เพื่อเลือกประธานาธิบดีคนใหม่

ทางด้านสมาชิกรัฐสภาที่สนับสนุนการแยกตัวจากสเปนระบุว่า พวกเขาจะลงมติให้นายปุกเดมองต์กลับมาเป็นผู้นำอีกครั้ง ด้วยการบริหารแคว้นกาตาลุญญาผ่านทางวิดีโอ ลิงค์จากกรุงบรัสเซลส์

--จับตาข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เดือนธ.ค.ของจีน อัตราเงินเฟ้อเดือนธ.ค.ของเยอรมนี อัตราเงินเฟ้อเดือนธ.ค.ของอังกฤษ และดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนม.ค.ของสหรัฐจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นิวยอร์ก

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ญี่ปุ่นจะเปิดเผยยอดสั่งซื้อเครื่องจักรเดือนพ.ย. อียูจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ยูโรโซนเดือนธ.ค. และสหรัฐจะรายงานการผลิตภาคอุตสาหกรรม-อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนธ.ค. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนม.ค.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) และสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์จากการปิโตรเลียมสหรัฐ (API)

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของจีนประจำไตรมาส 4/2560 ซึ่งจะรายงานในวันพฤหัสบดีนี้

 Attach File : IMG_2435_1.JPG

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018
  on : Mon January 15,2018, 09:07
World Today: สรุปข่าวประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 15 มกราคม 2561

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นทำนิวไฮเมื่อวันศุกร์ (12 ม.ค.) ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของธนาคารรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงธนาคารเจพีมอร์แกน เชส, แบล็คร็อค ซึ่งเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ และธนาคารเวลส์ ฟาร์โก

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,803.19 จุด เพิ่มขึ้น 228.46 จุด หรือ +0.89% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,786.24 จุด เพิ่มขึ้น 18.68 จุด หรือ +0.67% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,261.06 จุด เพิ่มขึ้น 49.28 จุด หรือ +0.68%

-- เจพีมอร์แกน เชส เปิดเผยายได้ 2.545 หมื่นล้านดอลลาร์ และกำไร 1.76 ดอลลาร์/หุ้นในไตรมาส 4 ด้านนักวิเคราะห์คาดว่ารายได้ของเจพีมอร์แกนจะอยู่ที่ระดับ 2.515 หมื่นล้านดอลลาร์ และกำไร 1.69 ดอลลาร์/หุ้น ขณะที่เวลส์ ฟาร์โก เปิดเผยรายได้ 2.205 หมื่นล้านดอลลาร์ และกำไร 1.16 ดอลลาร์/หุ้นในไตรมาส 4 ด้านนักวิเคราะห์คาดว่ารายได้ของเวลส์ฟาร์โกจะอยู่ที่ 2.238 หมื่นล้านดอลลาร์ และกำไร 1.07 ดอลลาร์/หุ้น ส่วนแบล็คร็อคเปิดเผยกำไร 6.24 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.02 ดอลลาร์/หุ้น และรายได้ 3.469 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 3.321 พันล้านดอลลาร์

-- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากพุ่งขึ้น 0.9% ในเดือนพ.ย. และหากเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 5.4% ในเดือนธ.ค.

ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนธ.ค. หลังจากดีดตัวขึ้น 1.4% ในเดือนพ.ย.

-- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์กปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว และไตรมาส 1 ของปีนี้ หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกประจำเดือนธ.ค.เมื่อวันศุกร์

เฟดสาขานิวยอร์ก เปิดเผยว่า แบบจำลองการคาดการณ์ Nowcast แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัว 3.88% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว โดยต่ำกว่าเล็กน้อยจากตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.97% ที่ระบุไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน

นอกจากนี้ แบบจำลองยังแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัว 3.21% ในไตรมาส 1 ของปีนี้ โดยต่ำกว่าเล็กน้อยจากตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.45% ที่ระบุไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน

-- นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส กล่าวว่า อัตราการว่างงานของสหรัฐมีแนวโน้มต่ำลงกว่าระดับ 4% ซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่สหรัฐมีการจ้างงานเต็มศักยภาพ และสิ่งนี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสหรัฐ

นายแคปแลนระบุว่า เฟดควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 3 ครั้งในปีนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะร้อนแรงจนเกินไป ซึ่งการที่เฟดค่อยๆถอนตัวออกจากการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน จะช่วยให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ นายแคปแลนยังได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ สู่ระดับ 2.75%

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่า เขาไม่ได้ใช้ถ้อยคำที่เสื่อมเสียเกี่ยวกับชาวเฮติ นอกจากกล่าวว่าเฮติเป็นประเทศที่ยากจนมาก และมีปัญหามาก

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ในระหว่างการประชุมกับสมาชิกสภาคองเกรสเกี่ยวกับการป้องกันผู้อพยพจากเฮติ, เอล ซัลวาดอร์ และประเทศจากแอฟริกาเดินทางเข้าสู่สหรัฐ ปธน.ทรัมป์ตั้งคำถามว่า "ทำไมเราต้องให้คนพวกนี้จากประเทศโสโครก (shithole countries) เดินทางมาที่นี่ด้วย แทนที่จะเป็นคนจากนอร์เวย์"

"ภาษาที่ผมใช้ในการประชุม DACA (โครงการคุ้มครองผู้อพยพวัยเยาว์ที่เดินทางเข้ามาในสหรัฐ) มีความรุนแรง แต่นี่ไม่ใช่ภาษาที่ผมใช้ และสิ่งที่รุนแรงจริงๆคือข้อเสนอที่มีการเสนอมา ซึ่งทำให้โครงการ DACA ก้าวถอยหลัง" ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ

คำกล่าวของปธน.ทรัมป์ทำให้สมาชิกสภาคองเกรสหลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในการใช้คำพูดของปธน.ทรัมป์

-- โฆษกของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า อังกฤษยินดีให้การต้อนรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเขาได้ตอบรับคำเชิญแล้ว

"เราได้ส่งคำเชิญ และปธน.ทรัมป์ก็ได้ตอบรับ "สหรัฐเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่เก่าแก่ และมีคุณค่าที่สุดของเรา ซึ่งความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและลึกซึ้งนี้จะยั่งยืนต่อไป"" โฆษกกล่าว และเสริมว่า ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันกำหนดวันเดินทางเยือนอังกฤษของปธน.ทรัมป์

คำกล่าวของโฆษกนายกรัฐมนตรีอังกฤษมีขึ้น หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความว่า สาเหตุที่เขายกเลิกแผนการเดินทางเยือนอังกฤษในเดือนหน้า เป็นเพราะเขาไม่ต้องการเป็นผู้ทำพิธีเปิดสถานทูตสหรัฐแห่งใหม่ในกรุงลอนดอน เนื่องจากรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามาตัดสินใจผิดพลาดในการขายสถานทูตสหรัฐที่ตั้งอยู่ในทำเลดีในราคาถูก แต่กลับมาสร้างสถานทูตใหม่ในที่ดินที่มีราคาแพง และตั้งในทำเลที่ไม่ดี

-- เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้มีกำหนดเจรจากันในวันนี้ เกี่ยวกับตัวแทนนักกีฬาของเกาหลีเหนือที่จะเป็นตัวแทนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวซึ่งเกาหลีใต้จะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นในเดือนหน้า โดยสำนักข่าวยอนฮัปรายงานว่า คาดว่าทั้งสองฝ่ายจะหารือกันเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ เช่น จำนวนนักกีฬาของเกาหลีเหนือที่จะถูกส่งเข้าร่วมการแข่งขัน รวมทั้งประเด็นเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ในการแข่งขัน

-- สื่อเยอรมนีรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า พรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (CDU) และพรรคสหภาพสังคมคริสเตียน (CSU) ของนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และพรรคสังคมประชาธิปไตย (SPD) สามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลแล้ว

แกนนำของทั้ง 3 พรรคจะนำรายละเอียดของข้อตกลงเกี่ยวกับนโยบายในประเด็นสำคัญต่างๆจำนวน 28 หน้าเสนอแก่สมาชิกพรรค ซึ่งพรรค SPD จะมีการประชุมสมาชิกพรรคในวันที่ 21 ม.ค. หากที่ประชุมให้การรับรองนโยบายเหล่านี้ และเห็นพ้องที่จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรค CDU/CSU ก็จะถือเป็นการสิ้นสุดภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมืองของเยอรมนีนับตั้งแต่มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ในข้อตกลงที่แกนนำทั้ง 3 พรรคเห็นพ้องกันนั้น พวกเขาตกลงกันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นภาษี และจะจำกัดจำนวนผู้อพยพเข้าประเทศให้อยู่ในช่วง 180,000-220,000 คนต่อปี รวมทั้งตกลงที่จะสร้างความเข้มแข็งให้แก่สหภาพยุโรป (EU) ด้วยการให้เยอรมนีสมทบเงินช่วยเหลือ EU มากขึ้น

-- ตลาดการเงิน และหน่วยงานราชการของสหรัฐ ปิดทำการในวันนี้ (15 ม.ค.) เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศต่างๆตลอดทั้งสัปดาห์นี้ที่นักลงทุนให้ความสนใจ ได้แก่ ข้อมูลเศรษฐกิจจีนซึ่งได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2560, การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือนธ.ค., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. และยอดค้าปลีกเดือนธ.ค. ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆนั้น นักลงทุนจับตาอัตราว่างงานเดือนธ.ค.ของออสเตรเลีย ขณะที่ยูโรสแตทจะเปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ยูโรโซนเดือนธ.ค., เยอรมนีและอังกฤษจะเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนธ.ค.

ทางด้านสหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการ ซึ่งได้แก่ การผลิตภาคอุตสาหกรรม-อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนธ.ค., ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนม.ค.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB), ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนธ.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

 Attach File : S__15671307_4.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018
  on : Mon January 8,2018, 09:52
World Today: สรุปข่าวประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 8 มกราคม 2561

กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานเมื่อวันศุกร์ (5 ม.ค.) ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนธ.ค. โดยปรับตัวขึ้นเพียง 148,000 ตำแหน่ง ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 190,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี

-- ตลาดหุ้นนิวยอร์กทำนิวไฮติดต่อกันเป็นวันที่ 4 เมื่อวันศุกร์ (5 ม.ค.) จากการที่นักลงทุนมองว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธ.ค.ของสหรัฐที่ขยายตัวน้อยกว่าคาดนั้น จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนบวกเช่นกัน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,295.87 จุด พุ่งขึ้น 220.74 จุด หรือ +0.88% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,743.15 จุด เพิ่มขึ้น 19.16 จุด หรือ +0.70% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,136.56 จุด เพิ่มขึ้น 58.64 จุด หรือ +0.83%

-- ธนาคารกลางจีน (PBOC) เปิดเผยว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 11 สู่ระดับ 3.14 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนธ.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.07 หมื่นล้านดอลลาร์จากเดือนก่อนหน้านั้น

ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าการคาดการณ์ของตลาดเล็กน้อย โดยตลาดคาดไว้ว่าจะอยู่ที่ 3.13 ล้านล้านดอลลาร์

-- สถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายลงในระดับหนึ่ง หลังจากเกาหลีเหนือได้ตอบรับคำเชิญจากเกาหลีใต้ในการประชุมที่หมู่บ้านปันมุนจอม ซึ่งเป็นเขตปลอดทหารระหว่างชายแดนของประเทศทั้งสองในวันที่ 9 ม.ค. เพื่อหารือเกี่ยวกับการที่เกาหลีเหนือจะส่งตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวซึ่งเกาหลีใต้จะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นในเดือนหน้า

ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐเปิดเผยว่า ตนมีความยินดีในการเจรจาทางโทรศัพท์กับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ พร้อมกับแสดงความคาดหวังว่า การเจรจาระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ที่จะมีขึ้นนี้ จะปิดฉากลงด้วยผลลัพธ์อันดี

-- นายสตีฟ แบนนอน อดีตหัวหน้านักวางกลยุทธ์ประจำทำเนียบขาว ได้ออกมากล่าวขอโทษในกรณีที่เขาได้แสดงความเห็นในหนังสือเล่มใหม่ซึ่งมีเนื้อหาโจมตีบุตรชายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็นคนทรยศต่อประเทศชาติ หลังจากที่บุตรชายของทรัมป์ได้พบปะกับทนายความชาวรัสเซียที่อาคารทรัมป์ทาวเวอร์เมื่อปี 2559

ทั้งนี้ นายแบนนอนได้แถลงผ่านเว็บไซต์ Axios เพื่อกล่าวคำขอโทษ โดยมีใจความว่า "โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ เป็นคนดีและรักชาติ เขามุ่งมั่นสนับสนุนคุณพ่อของเขาและผลักดันนโยบายต่างๆซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นต่อประเทศของเรา"

"การแสดงความเห็นในหนังสือเล่มนั้น ผมตั้งใจจะกล่าวถึงนายพอล มานาฟอร์ท หนึ่งในทีมหาเสียงที่มีประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับรัสเซีย เขาควรรู้ว่ารัสเซียนั้นเจ้าเล่ห์และไม่ใช่เพื่อนของเรา" นายแบนนอนกล่าว

นอกจากนี้ นายแบนนอนยืนยันว่า เขาจะสนับสนุนปธน.ทรัมป์และนโยบายต่างๆของทรัมป์ต่อไป พร้อมกับกล่าวคำขอโทษที่เขาออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ช้าเกินไป

-- หนังสือพิมพ์ซันเดย์ ไทมส์ รายงานว่า นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์แห่งสหราชอาณาจักร เตรียมประกาศปรับคณะรัฐมนตรีในวันนี้ โดยคาดว่าจะดึงนักการเมืองสาวและผู้ที่มีเชื้อชาติอื่นๆเข้ามาดำรงตำแหน่งกันมากขึ้น เพื่อเรียกคะแนนนิยมจากประชาชน

ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ในอังกฤษเชื่อว่า นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ กำลังพิจารณาปรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยเตรียมที่จะปรับเปลี่ยนตำแหน่งของนายเดวิด เดวิส รัฐมนตรีฝ่ายกิจการ Brexit และนายบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีต่างประเทศคนปัจจุบัน

-- สถานการณ์การเมืองในมาเลเซียเริ่มกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง เมื่อกลุ่มพันธมิตรฝ่ายค้านในมาเลเซียได้ประกาศเลือกนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนลงชิงชัยเก้าอี้นายกฯในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะจัดขึ้นในปีนี้

การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นในระหว่างการประชุมประจำปีของกลุ่มปากาตัน ฮาราปัน หรือ "กลุ่มพันธมิตรแห่งความหวัง" โดยนายมหาเธร์ วัย 92 ปีเคยดำรงตำแหน่งนายกฯมาเลเซียระหว่างปี 2524-2546

-- บริษัท ทาคาตะ คอร์ป ผู้ผลิตถุงลมนิรภัยรายใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งได้ยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์สินจากการล้มละลาย เพื่อคลี่คลายปัญหาหนี้สินมูลค่ามหาศาลจากกรณีการเรียกคืนถุงลมนิรภัยทั่วโลกนั้น ได้ประกาศเรียกคืนถุงลมนิรภัยเพิ่มอีก 3.3 ล้านชิ้น ตามคำสั่งของทางการสหรัฐ

ทั้งนี้ ความบกพร่องของถุงลมนิรภัยทาคาตะได้ส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ 19 แห่งทั่วสหรัฐต้องประกาศเรียกคืนรถยนต์รวมกว่า 42 ล้านคัน นอกจากนี้ ความบกพร่องของถุงลมนิรภัยยังส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 รายในสหรัฐ

-- นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้กล่าวแสดงความพึงพอใจต่อผลงานของนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในแง่ของการจ้างงาน พร้อมขอให้ผู้ว่าการ BOJ เดินหน้าต่อไปเพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศพ้นจากภาวะเงินฝืดที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลาถึง 20 ปี

นายอาเบะยังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นพร้อมที่จะร่วมงานกับทางแบงก์ชาติต่อไป เพื่อให้ญี่ปุ่นพ้นจากภาวะเงินฝืดโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ดี นายอาเบะยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะแต่งตั้งให้นายคุโรดะ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ BOJ อีกสมัยหรือไม่ โดยนายคุโรดะจะหมดวาระในเดือนเมษายนนี้

-- นายเอมมานูเอล มาครอง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศจีนในระหว่างวันที่ 8-10 ม.ค.นี้ โดยการเดินทางเยือนครั้งนี้ นายมาครองมีกำหนดพบปะกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน โดยผู้นำจีนและฝรั่งเศสจะหารือกันเกี่ยวกับความร่วมมือในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันมากขึ้น

ทางด้านบริษัทแอร์บัส ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของฝรั่งเศส ได้แสดงความคาดหวังว่าทางบริษัทจะได้รับคำสั่งซื้อเครื่องบินล็อตใหญ่จากจีน ในระหว่างที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเดินทางเยือนประเทศจีนในครั้งนี้ โดยคาดว่าจีนจะสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสอย่างน้อย 100 ลำเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับฝูงบินของสายการบินต่างๆในประเทศจีน

-- นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐซึ่งจะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ เพื่อจับสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ของเฟด โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนธ.ค. ในวันพฤหัสบดีที่ 11 ม.ค. และจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนธ.ค. ในศุกร์ที่ 12 ม.ค.

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาตัวเลขเงินเฟ้องของจีนในสัปดาห์นี้เช่นกัน โดยทางการจีนจะเปิดเผยดัชนี CPI เดือนธ.ค. และดัชนี PPI เดือนธ.ค. ในวันพุธที่ 10 ม.ค.นี้

-- ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศต่างๆที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนพ.ย.ของเยอรมนี, ดัชนีราคาบ้านเดือนธ.ค.ของอังกฤษจากฮาลิแฟกซ์ ขณะที่ยูโรสแตทจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของอียูหลายรายการ ซึ่งรวมถึงความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเดือนธ.ค., ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนธ.ค., ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค. และยอดค้าปลีกเดือนพ.ย.

สำหรับในวันพรุ่งนี้ ญี่ปุ่นจะเปิดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค. ขณะที่เยอรมนีจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการ ซึ่งรวมถึง ดุลการค้าเดือนพ.ย., ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนพ.ย., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย., และอัตราว่างงานเดือนพ.ย. ทางด้านสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจขนาดย่อมเดือนธ.ค. โดยสหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB)


 Attach File : S__15671308_2.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018
  on : Fri January 5,2018, 09:36
World Today: สรุปข่าวประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 5 มกราคม 2561

-- -ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลุแนว 25,000 จุดเป็นครั้งแรกเมื่อคืนนี้ (4 ม.ค.) โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปิดทำนิวไฮติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เนื่องจากนักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ หลังจากออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐพุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนธ.ค. ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนธ.ค.ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยในวันนี้

-- ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐพุ่งขึ้น 250,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 190,000 ตำแหน่ง และสูงกว่าระดับ 185,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย.

การจ้างงานในเดือนธ.ค.นับเป็นการจ้างงานที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.

-- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีเมื่อคืนนี้ (4 ม.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยความไม่สงบในอิหร่าน และความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐ อันเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น

-- สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 7.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 5.7 ล้านบาร์เรล ส่วนสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ระบุก่อนหน้านี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 5.0 ล้านบาร์เรล

สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 4.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล พุ่งขึ้น 8.9 ล้านบาร์เรล

-- ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 53.7 ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน จากระดับ 54.5 ในเดือนพ.ย. แต่อยู่สูงกว่าตัวเลขดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น ซึ่งอยู่ที่ระดับ 52.4

ดัชนี PMI ภาคบริการได้รับผลกระทบจากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจซึ่งร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน

อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า กิจกรรมในภาคบริการของสหรัฐยังคงมีการขยายตัว ขณะที่ได้รับปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของการจ้างงาน และคำสั่งซื้อใหม่

-- สำนักงานบริการข้อมูลสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐ (NWS) รายงานว่า พายุฤดูหนาว หรือ"ระเบิดไซโคลน" (bomb cyclone) กำลังถล่มแถบตะวันออกของสหรัฐในวันนี้ ซึ่งจะทำให้เกิดหิมะตกหนัก และลมกรรโชกแรงในแถบชายฝั่งมิด-แอตแลนติกไปจนถึงทางใต้ของนิวอิงแลนด์ และพายุจะเคลื่อนตัวไปยังแถบตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงบ่าย

NWS เรียกพายุดังกล่าวว่าเป็นระเบิดไซโคลน เนื่องจากมีความเร็วลมสูง และความกดอากาศต่ำอย่างที่แทบไม่เคยปรากฎมาก่อน โดยมีความเร็วลมสูงถึง 60 ไมล์/ชั่วโมง และมีความหนาวเย็นระดับขั้วโลกเหนือ

พายุดังกล่าวส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 3,000 เที่ยวในวันนี้ ขณะที่โรงเรียน และบริษัทจำนวนมากประกาศปิดชั่วคราว

-- เมื่อวานนี้ หนังสือพิมพ์พีเพิล เดลี ซึ่งเป็นสื่อกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน กล่าวโจมตี "บิตคอยน์" ในบทบรรณาธิการว่าเป็นเพียงฟองสบู่และกระแสคลั่งไคล้ชั่วขณะในยุคสมัยใหม่เท่านั้น

"ไม่ว่าจะประเมินจากราคาหรือมูลค่า บิตคอยน์ก็เต็มไปด้วยฟองสบู่ ส่วนข้อดีที่มีการกล่าวถึงทั้งในเรื่องความน่าเชื่อถือ สภาพคล่อง และความโปร่งใสนั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งบังหน้าเพื่อการเก็งกำไร และไม่สามารถรองรับกับความผันผวนของราคาได้" พีเพิล เดลีระบุ

รัฐบาลจีนมองว่าบิตคอยน์เป็นต้นตอแห่งความเสี่ยงในระบบการเงิน ดังนั้นจึงได้ออกกฎห้ามการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัลในประเทศตั้งแต่ในปีที่แล้ว

-- อีเธอเรียม ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัล พุ่งขึ้นใกล้แตะระดับ 1,000 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ โดยดีดตัวแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 983.63 ดอลลาร์ เมื่อเวลา 19.15 น.ตามเวลาไทย

ขณะนี้ อีเธอเรียมเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากบิตคอยน์ และริพเพิล

-- นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ ดุลการค้าเดือนพ.ย., ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนพ.ย. และดัชนีภาคบริการเดือนธ.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM)

-- นักลงทุนจับตากระทรวงแรงงานสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนธ.ค.ในวันนี้ เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นราว 190,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 228,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.1%

ส่วนตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนธ.ค. หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ย.


 Attach File : nf.PNG

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018
  on : Thu January 4,2018, 10:24
World Today: สรุปข่าวประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 4 มกราคม 2561

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนธ.ค. 2560 เมื่อวานนี้ โดยระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตาม กรรมการเฟดมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับจังหวะเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2561

"กรรมการเฟดส่วนใหญ่ยังเน้นย้ำถึงการสนับสนุนให้คณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟด (FOMC) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ" รายงานการประชุมระบุ

--เกาหลีเหนือเปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารกับเกาหลีใต้ที่หมู่บ้านปันมุนจอมอีกครั้งเมื่อวานนี้ เพื่อเปิดให้มีการหารือในเรื่องของการส่งตัวแทนจากเกาหลีเหนือเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพ หลังจากที่ได้มีการตัดขาดช่องทางการสื่อสารดังกล่าวตั้งแต่ต้นปี 2559 ที่ผ่านมา

รายงานดังกล่าวได้ช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลต่อคาบสมุทรเกาหลี ถึงแม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ทวีตข้อความในเชิงเหน็บแนมนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เกี่ยวกับปุ่มกดนิวเคลียร์ โดยทรัมป์กล่าวว่า "ปุ่มกดนิวเคลียร์ของสหรัฐทั้งใหญ่กว่าและสมรรถนะสูงกว่า" ปุ่มกดนิวเคลียร์ที่นายคิมอ้างว่าวางอยู่บนโต๊ะทำงานของตนเอง โดยหยิบยกคำพูดของนายคิมในระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ผ่านทางสถานีโทรทัศน์เนื่องในวันปีใหม่

--กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนพ.ย. สู่ระดับ 1.257 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากดีดตัวขึ้น 0.9% ในเดือนต.ค.

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ย.

--ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของ ISM ดีดตัวสู่ระดับ 59.7 ในเดือนธ.ค. จากระดับ 58.2 ในเดือนพ.ย.

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนีภาคการผลิตจะทรงตัวที่ระดับ 58.2 ในเดือนธ.ค.

--หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์สของอังกฤษรายงานว่า รัฐบาลอังกฤษกำลังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (TPP) ขณะที่อังกฤษกำลังพิจารณาอนาคตทางการค้า หลังจากที่แยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)

ไฟแนนเชียล ไทม์สระบุว่า แนวโน้มการที่อังกฤษอาจเข้าเป็นสมาชิก TPP ได้ช่วยให้ TPP มีความแข็งแกร่งขึ้น หลังจากที่สหรัฐประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าวก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ การที่อังกฤษเข้าร่วมเป็นสมาชิก TPP จะช่วยเพิ่มปริมาณการส่งออกของอังกฤษ

--ชาวอิหร่านจำนวนหลายพันคนได้ออกมาเดินขบวนสนับสนุนรัฐบาลในหลายเมืองวานนี้ หลังจากที่กลุ่มต่อต้านรัฐบาลได้จัดการชุมนุมเป็นเวลา 6 วันจนเกิดการปะทะกับตำรวจ และทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้ กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลดังกล่าว ซึ่งได้รับการจัดตั้งขึ้นจากรัฐบาล ได้ชูธงชาติอิหร่าน และภาพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน พร้อมกับกล่าวหาว่าสหรัฐ อิสราเอล และอังกฤษ อยู่เบื้องหลังการยุยงให้เกิดความไม่สงบในประเทศ

--เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐ ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจจีนปี 2561 สู่ระดับการขยายตัว 6.7% จาก 6.5% เนื่องจากอุปสงค์โลกปรับตัวดีขึ้น

ทั้งนี้ เจพีมอร์แกน เป็นหนึ่งในธนาคารรายใหญ่อีกหลายรายของสหรัฐ ที่ออกมาแสดงมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจีนซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโก

--สหภายุโรป (EU) ได้เริ่มบังคับใชเกณฑ์ MiFID II (Markets in Financial Instruments Directive II) เมื่อวานนี้ โดย MiFID II เป็นเกณฑ์การกำกับดูแลเพื่อลดความเสี่ยงในระบบ เพิ่มความโปร่งใสของตลาด และยกระดับการปกป้องนักลงทุน

ขณะที่นายสตีเวน ไมจัวร์ ประธานกรรมการของสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ยุโรป (ESMA) กล่าวว่า ตนยังไม่พบปัญหาจากการเริ่มบังคับใช้เกณฑ์ดังกล่าวในขณะนี้

-- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่ประเทศต่างๆจะรายงานในวันนี้ โดยมาร์กิตจะรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนธ.ค.ของฝรั่งเศส เยอรมนี สหภาพยุโรป อังกฤษ และสหรัฐ ขณะที่เนชั่นไวด์จะเปิดเผยดัชนีราคาบ้านอังกฤษเดือนธ.ค.

ส่วนสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนธ.ค.จาก ADP, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)

-- นักลงทุนจับตากระทรวงแรงงานสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนธ.ค.ในวันพรุ่งนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นราว 190,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 228,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.1%

ส่วนตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนธ.ค. หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ย.


 Attach File : non_3.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018
  on : Wed January 3,2018, 12:41
World Today: สรุปข่าวประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 3 มกราคม 2561



เอียน เบรมเมอร์ ประธานยูเรเซีย กรุ๊ป บริษัทที่ปรึกษาทางการเมือง เปิดเผยว่า ปี 2561 จะเป็นปีที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแผ่ขยายอิทธิพลของจีน และอิทธิพลของสหรัฐที่ลดน้อยลง ไปจนถึงการกีดกันทางการค้าของรัฐบาล และความสัมพันธ์ที่แย่ลงเรื่อยๆระหว่างอิหร่านและสหรัฐ

-- นักลงทุนในตลาดการเงินจับตากระทรวงแรงงานสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนธ.ค.ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นราว 190,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 228,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.1%

ส่วนตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนธ.ค. หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ย.

-- รายงานฉบับใหม่ล่าสุดจากคอร์โลจิก (CoreLogic) ผู้ให้บริการข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของสหรัฐ คาดการณ์ว่า ราคาบ้านในสหรัฐอาจขยายตัว 4.2% เทียบรายปี จากเดือนพ.ย. 2560 ถึงเดือนพ.ย. 2561

ดัชนีราคาบ้านของคอร์โลจิก ระบุว่า ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาปรับตัวขึ้นทั้งเทียบรายปีและเทียบรายเดือน

-- คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) มีกำหนดจะเปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 12-13 ธ.ค. 2560 ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ ขณะนักลงทุนคาดหวังว่า เฟดจะส่งสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับความถี่ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

-- โมเนโรซึ่งเป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลมีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นกว่า 4 เท่าในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2560 แตะที่ 349 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้กลายเป็นสุกลเงินดิจิทัลที่มีอัตราเติบโตเร็วกว่าบิทคอยน์ ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากเดิม 2 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน หลังจากที่มีการเปิดตัวซอฟต์แวร์ตรวจตราการใช้งานบิทคอยน์ซึ่งทำให้มีความเป็นส่วนตัวน้อยลง

-- คณะทำงานด้านความมั่นคงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เรียกร้องให้มีการใช้มาตรการที่แข็งกร้าวมากขึ้นเพื่อป้องกันการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ โดยเสนอให้มีการใช้มาตรการทำลายขีปนาวุธก่อนที่จุถูกยิงขึ้นฟ้า

อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า สหรัฐมีเทคโนโลยีและหน่วยข่าวกรองที่พร้อมสำหรับปฏิบัติการในลักษณะนี้หรือไม่

-- เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้เปิดเผยว่า ทางการเกาหลีใต้ได้ยึดเรือสินค้า "KOTI" ขนาด 5,100 ตัน ซึ่งเป็นเรือที่จดทะเบียนในปานามา เนื่องจากสงสัยว่าลักลอบส่งน้ำมันให้กับเกาหลีเหนือ ซึ่งขัดคำสั่งของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ โดยเรือลำดังกล่าวถูกยึดไว้ที่ท่าเรือพย็องแท็กในเกาหลีใต้

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เกาหลีใต้ได้ยึดเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติฮ่องกงที่แอบลักลอบส่งน้ำมันให้แก่เรือบรรทุกของเกาหลีเหนือในน่านน้ำสากล หลังจากที่ถูกประกาศห้ามโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

-- กระทรวงการต่างประเทศตุรกีออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ประท้วงในอิหร่าน โดยกล่าวว่า ตุรกีหวังว่าเสถียรภาพในอิหร่านจะเกิดขึ้นโดยเร็ว และหวังว่าจะมีการหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำยั่วยุและการแทรกแซงจากภายนอก

การชุมนุมประท้วงรัฐบาลในอิหร่านส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกิน 20 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่กองกำลังความมั่นคงรวมอยู่ด้วย ขณะที่ผู้ประท้วงกว่า 400 รายถูกจับกุมตัวในระหว่างการประท้วง

-- นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้ โดยเยอรมนีจะเปิดเผยอัตราว่างงานเดือนธ.ค. ขณะที่สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีภาคการผลิตเดือนธ.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างเดือนพ.ย. และยอดขายรถเดือนธ.ค.

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศต่างๆที่จะมีการเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ ได้แก่ เกาหลีใต้จะเปิดเผยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเดือนธ.ค., ไฉซินจะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนธ.ค.ของจีน, เนชั่นไวด์จะเปิดเผยดัชนีราคาบ้านเดือนธ.ค.ของอังกฤษ ขณะที่มาร์กิตจะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนธ.ค.ของฝรั่งเศส,เยอรมนี และอียู ส่วนทางด้านสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนธ.ค.จาก ADP, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนธ.ค.จากมาร์กิต


 Attach File : 25660052_2118792451682910_3034870125817012658_n_1.jpg

Pages [ 1 ]
Comunity > World Market > สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงิน > World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน มกราคม 2018

Forex Lao,Weltrade Lao,Free VPS Server,Free server run EA