Home |  Login  |  Register  | สมัครใช้ Server |  Search    Counter [ 01173804 Online 4 ]    
Comunity > World Market > สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงิน > World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018
Pages [ 1 ]
Owner Topic : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018   ( View : 1095 times )
  admin
  Administrator
  Post : 32
  World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018
  on : Thu February 1,2018, 09:13
World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018

 Attach File : S__15671307_6.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018
  on : Wed February 28,2018, 17:18
World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง 299.24 จุด หรือ -1.16% แตะระดับ 25,410.03 จุดเมื่อคืนนี้ (27 ก.พ.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แถลงต่อสภาคองเกรสสหรัฐเมื่อวานนี้ โดยส่งสัญญาณว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ ทั้งนี้ ถ้อยแถลงของนายพาวเวลส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาด

-- นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวแถลงการณ์ต่อสภาคองเกรสสหรัฐเมื่อวานนี้ โดยส่งสัญญาณว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้

ทั้งนี้ ในการกล่าวตอบข้อซักถามจากคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวานนี้ นายพาวเวลระบุว่า เฟดมีแผนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ และอาจมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นเป็น 4 ครั้ง หลังจากมีการใช้มาตรการด้านการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการปรับลดอัตราภาษี และการเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาล

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนก.พ. ขยายตัวที่ระดับ 54.4 ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนม.ค.ที่ขยายตัว 55.3 ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนก.พ. ขยายตัวที่ระดับ 50.3 ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนม.ค.ที่ขยายตัว 51.3

- กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเปิดเผยรายงานเบื้องต้นวันนี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค.หดตัวลง 6.6% จากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากการผลิตรถยนต์ภายในประเทศชะลอตัวลง ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลญี่ปุ่นปรับลดการประเมินการผลิตภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ดัชนีการผลิตจากโรงงานและเหมืองแร่ ลดลงสู่ระดับ 99.5 เมื่อเทียบกับฐาน 100 ในปี 2553 ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน

-- ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป (EU) เตรียมลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีร่วมกันซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในต้นปี 2562

ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงฉบับใหม่ ฝั่งญี่ปุ่นจะยกเลิกการเก็บภาษีสินค้ากว่า 94% ที่นำเข้าจาก EU ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์จากฟาร์มและการประมงกว่า 82% โดยจะส่งผลให้สินค้าประเภทชีส เนื้อสุกร และไวน์มีราคาถูกลง

ด้าน EU จะยกเลิกการเก็บภาษีสินค้า 99% ที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงการยกเลิกการเก็บภาษีรถยนต์ในปีที่ 8 และโทรทัศน์ในปีที่ 6 หลังข้อตกลงมีผลบังคับใช้

-- รัฐบาลจีนมีแผนเตรียมปรับลดเป้าหมายขาดดุลงบประมาณลงมาอยู่ที่ 2.9% จากเดิมที่ 3% ซึ่งถูกกำหนดมาตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน โดยการปรับลดเป้าหมายขาดดุลงบประมาณครั้งนี้จะถูกเสนอเข้าที่ประชุมประจำปีของรัฐบาลจีนในวันที่ 5 มี.ค. นี้

-- ผลกระทบจากคดีฉ้อโกงเงินในธนาคารปัญจาบ เนชั่นแนล แบงก์ (PNB) ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐบาลอินเดียรายใหญ่อันดับ 2 ของประเทศในวงเงินเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ธนาคารต่างชาติอย่างซิตี้กรุ๊ป ดอยซ์แบงก์ และสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด เข้มงวดในการรับรองการค้ำประกันของธนาคารท้องถิ่นมากขึ้น

- รัฐบาลไต้หวันร้องขอให้ผู้คนหลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าประเภทกระดาษชำระเพื่อการกักตุน หลังผู้ผลิตสินค้าประเภทดังกล่าวประกาศจะเพิ่มราคาสินค้าสูงถึง 30% ในเดือนหน้า ซึ่งสร้างความกังวลให้แก่ประชาชนผู้บริโภคตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

-- นายหวัง เหอจุน รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของจีนเปิดเผยในวันนี้ว่า จีนไม่พอใจเป็นอย่างมากต่อกรณีที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ดำเนินการตรวจสอบและปรับขึ้นภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมจากจีน พร้อมระบุว่า จีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ

เมื่อวานนี้ กระทรวงพาณิชย์จีนได้ประกาศขึ้นอัตราการเรียกเก็บภาษีเพื่อตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) ต่อผลิตภัณฑ์อลูมิเนียมฟอยล์ของจีน สู่ระดับ 106.09% จากระดับ 48.64% และขึ้นภาษีตอบโต้การอุดหนุนตลาด (CVD) สู่ระดับ 80.97% จากระดับ 17.16%

-- นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศต่างๆในวันนี้ โดยเยอรมนีจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมี.ค.จาก GfK และอัตราว่างงานเดือนก.พ. ขณะที่ฝรั่งเศสจะเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนก.พ. และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4 (ประมาณการครั้งที่ 2) ด้านยูโรสแตทจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เบื้องต้นเดือนเดือนก.พ.ของยูโรโซน ทางด้านสหรัฐจะเปิดเผย GDP ไตรมาส 4/2560 (ประมาณการครั้งที่ 2) และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนม.ค.

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ไฉซินจะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนก.พ. ขณะที่เกาหลีใต้จะเปิดเผย ดุลการค้าเดือนก.พ., มาร์กิตจะเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.พ.ของฝรั่งเศส เยอรมนี อียู และอังกฤษ ทางด้านสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนม.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนก.พ.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคการผลิตเดือนก.พ.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) และการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนม.ค.

 Attach File : today_1.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018
  on : Mon February 26,2018, 14:43
World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้น 347.51 จุด หรือ +1.39% ปิดที่ 25,309.99 จุดเมื่อวันศุกร์ โดยได้แรงหนุนจากการชะลอตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 2.886% อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 3.171% เมื่อวันศุกร์

-- เอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้งส์ ประกาศเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศของรัสเซียขึ้น 1 ขั้น จากระดับ BB+ สู่ระดับ BBB- ซึ่งเป็นระดับที่มีความน่าลงทุน

เอสแอนด์พีระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้รัสเซียได้รับการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือในครั้งนี้ มาจากการที่รัฐบาลดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบ ซึ่งช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศสามารถปรับตัวรับมือกับภาวะราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำและการคว่ำบาตรจากนานาประเทศ

-- ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศและในประเทศระยะยาว (Issuer Default Rating - IDR) ของรัสเซียที่ระดับ BBB- โดยให้แนวโน้มความน่าเชื่อถือ "เชิงบวก"

ฟิทช์ระบุว่า การคงอันดับความน่าเชื่อถือของรัสเซียในครั้งนี้ ฟิทช์ได้พิจารณาจากงบดุลบัญชีที่มีความแข็งแกร่งของรัฐบาล รวมทั้งสถานะการเงินในต่างประเทศที่มีความแข็งแกร่ง และกรอบการดำเนินนโยบายที่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพ โดยปัจจัยเหล่านี้ได้ช่วยชดเชยผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่อ่อนแอลง รวมทั้งผลกระทบจากความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ และความอ่อนแอเชิงโครงสร้างที่รวมถึงการพึ่งพาสินค้าโภคภัณฑ์ และความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล

-- นายวอร์เรน บัฟเฟตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ได้เปิดเผยในจดหมายประจำปีถึงผู้ถือหุ้นเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ต้องการรุกซื้อหุ้นจำนวนมากในบริษัทต่างๆ พร้อมกล่าวว่า เป้าหมายของเบิร์กเชียร์คือการสร้างรายได้จากธุรกิจต่างๆนอกกลุ่มประกัน

ส่วนในปีที่แล้ว นายบัฟเฟตต์ได้รุกซื้อหุ้น 700 ล้านหุ้นในธนาคารแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ส่งผลให้นายบัฟเฟตต์เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดในธนาคารดังกล่าว แทนที่กองทุนรวมแวนการ์ด นอกจากนี้ นายบัฟเฟตต์ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดในธนาคารเวลส์ ฟาร์โก

-- คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติมติหยุดยิงในซีเรียเป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน เพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการอพยพฉุกเฉินทางการแพทย์สามารถเข้าถึงพื้นที่สู่รบได้

มติ 2401 ได้รับการอนุมัติรับรองอย่างเป็นเอกฉันท์ หลังจากที่มีการปรึกษาหารือกันอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ดี มติหยุดยิงครั้งนี้ไม่มีผลต่อปฏิบัติการทางทหารต่อกลุ่มติดอาวุธในซีเรียที่คณะมนตรีความมั่นคงระบุว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย

-- คณะกรรมการกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้เสนอให้มีการลบข้อความที่ระบุว่า ประธาธิบดีและรองประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน "จะไม่ดำรงตำแหน่งมากกว่าสองสมัยติดต่อกัน" ออกจากรัฐธรรมนูญของประเทศ

ข้อเสนอดังกล่าวซึ่งได้รับการเผยแพร่ต่อสาธารณชนเมื่อวานนี้ จะเปิดทางให้นายสี จิ้น อิง ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ยาวนานกว่าปี 2566 นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของจีนยังถูกนำมาเปรียบเทียบกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ที่ประสบความสำเร็จในการปกครองรัสเซียอย่างยาวนาน ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดเปิดเผยว่า ประชาชนชาวรัสเซียเกือบ 70% ยังคงสนับสนุนให้ปูตินนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีต่ออีกสมัย ในการเลือกตั้งซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนหน้า

-- เจ้าหน้าที่ฝ่ายกำกับดูแลของจีนได้เข้าควบคุมกิจการของบริษัทอันปัง อินชัวแรนซ์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทประกันยักษ์ใหญ่ของจีน ตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ. 2561 ไปจนถึงวันที่ 22 ก.พ. 2562 หลังจากนายอู๋ เสี่ยวฮุย อดีตประธานอันปังได้ถูกฟ้องดำเนินคดีในข้อหาอาชญากรทางเศรษฐกิจ

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงภาวะตกต่ำของบริษัทอันปัง นับตั้งแต่ที่อันปังรุกซื้อกิจการโรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ในกรุงนิวยอร์ก

-- นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสสหรัฐในวันพรุ่งนี้ (27 ก.พ.) ซึ่งจะเป็นการแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายการเงินเป็นครั้งแรกของเขาต่อรัฐสภาสหรัฐ

นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายพาวเวล เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อของสหรัฐ รวมทั้งทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้

-- นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ มีกำหนดขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมซึ่งจัดโดยสมาคมเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐในวันนี้ โดยจะกล่าวในหัวข้อ "Promoting Sustained Growth: Policy Tensions and Risks"

-- ทางด้านนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีกำหนดที่จะเข้าแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจของรัฐสภายุโรปในวันนี้

-- นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศต่างๆในวันนี้ โดยญี่ปุ่นจะเปิดเผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนธ.ค., สิงคโปร์จะเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค. และอังกฤษจะเปิดเผยดัชนีราคาบ้านเดือนก.พ.จากเนชั่นไวด์ ทางด้านสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีกิจกรรมเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือนม.ค.จากเฟดชิคาโก, ยอดขายบ้านใหม่เดือนม.ค. และดัชนีภาคการผลิตเดือนม.ค. จากเฟดดัลลัส

ส่วนในวันพรุ่งนี้ เกาหลีใต้จะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ. และธนาคารกลางเกาหลีใต้ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน ยูโรสแตทจะเปิดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.และความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนก.พ.ของยูโรโซน และเยอรมนีจะเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อขั้นเบื้องต้นเดือนก.พ. ทางด้านสหรัฐจะเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนม.ค., ดัชนีราคาบ้านเดือนธ.ค., ดัชนีราคาบ้านเดือนธ.ค.จากเอสแอนด์พี/เคส-ชิลเลอร์ส และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.จากคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด

 Attach File : MT5 Th.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018
  on : Thu February 22,2018, 11:17
World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561

-- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เปิดเผยรายงานการประชุมนโยบายการเงินของวันที่ 30-31 ม.ค. เมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ โดยระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า ความแข็งแกร่งของแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะใกล้นี้ ทำให้เฟดมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า การเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในลักษณะค่อยเป็นค่อยไปนั้น ถือเป็นการดำเนินการที่เหมาะสม

รายงานการประชุมยังระบุด้วยว่า ข้อมูลเงินเฟ้อที่กรรมการเฟดได้รับมา ประกอบกับข้อมูลที่บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องนั้น ได้ช่วยสนับสนุนมุมมองที่ว่า อัตราเงินเฟ้อจะดีดตัวขึ้นในปี 2561 โดยกรรมการเฟดเกือบทุกคนคาดว่า ในระยะกลางนี้ อัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% เนื่องจากเศรษฐกิจมีการขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดไว้ และตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง

-- นายแพทริก ฮาร์เกอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย กล่าวว่า เขายังคงคิดว่า เป็นการเหมาะสมที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในปีนี้ แต่เขาก็เปิดกว้างต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 2 ครั้ง หากมีความจำเป็น

"เมื่อพิจารณาถึงเศรษฐกิจที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ ผมจึงคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้" นายฮาร์เกอร์กล่าว

"แต่ข้อมูลเศรษฐกิจก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งบางครั้งก็ไม่ได้บ่งชี้ถึงเหตุการณ์ในอนาคตเสมอไป" เขากล่าว

ตลาดการเงินคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ โดยจะปรับขึ้นครั้งแรกในการประชุมเดือนหน้า

-- นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส กล่าวว่า เฟดควรเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เพื่อรับมือกับเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวมากขึ้น ซึ่งได้รับแรงหนุนจากมาตรการปรับลดอัตราภาษี รวมทั้งเศรษฐกิจโลกที่แข็งแกร่ง

"ผมเชื่อว่าเฟดควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป และอย่างอดทนในปีนี้" นายแคปแลนระบุในบทความที่แสดงถึงมุมมองของเขาเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายของเฟด

-- ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (21 ก.พ.) หลังจากรายงานการประชุมประจำเดือนม.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐจะดีดตัวขึ้นในปีนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไป

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 107.79 เยน จากระดับ 107.29 เยน แต่ขยับลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9348 ฟรังก์ จากระดับ 0.9359 ฟรังก์

-- นายเควิน แฮสเซทท์ นักเศรษฐศาสตร์ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจจากทำเนียบขาว ระบุในรายงานเศรษฐกิจประจำปีว่า สหรัฐจะสามารถบรรลุอัตราการเติบโต 3% ต่อปีในช่วงทศวรรษนี้ ถ้าหากมีการบังคับใช้นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับการผ่อนคลายกฎระเบียบ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า นโยบายกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของปธน.ทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการปรับลดอัตราภาษี และการผ่อนคลายกฎระเบียบ ได้ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจ และทำให้มีการคาดหวังว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจจะยังคงดำเนินต่อไป

-- นายแอนดี ฮาลเดน หัวหน้านักวิเคราะห์ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ระบุในรายงานต่อรัฐสภาอังกฤษว่า BoE อาจจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้

นายฮาลเดนระบุว่า เศรษฐกิจอังกฤษอาจจะมีการขยายตัวมากกว่าที่ BoE คาดการณ์ไว้ในช่วงต้นเดือนนี้ ซึ่งจะทำให้ BoE ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะปรับขึ้น 3 ครั้งในช่วงเวลา 3 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า BoE จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 0.75% ในเดือนพ.ค. และมีโอกาส 70% ที่ BoE จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปอีก 0.25% สู่ระดับ 1.0% ในปีนี้

-- สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองร่วงลง 3.2% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 5.38 ล้านยูนิต จากระดับ 5.56 ล้านยูนิตในเดือนธ.ค. โดยยอดขายบ้านร่วงลงทุกภูมิภาค

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดขายบ้านมือสองจะเพิ่มขึ้น 0.8% สู่ระดับ 5.60 ล้านยูนิตในเดือนม.ค.

-- ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ พุ่งขึ้นสู่ระดับ 55.9 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 27 เดือน จากระดับ 53.8 ในเดือนม.ค.

ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคธุรกิจของสหรัฐยังคงมีการขยายตัว โดยได้แรงหนุนจากการจ้างงาน และคำสั่งซื้อใหม่

ส่วนดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น อยู่ที่ 55.9 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 40 เดือน จากระดับ 55.5 ในเดือนม.ค.

สำหรับดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น อยู่ที่ 55.9 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน จากระดับ 53.3 ในเดือนม.ค.

-- นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศต่างๆในวันนี้ โดยฝรั่งเศสจะเปิดเผยความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเดือนก.พ. และอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค. ขณะที่สถานบัน Ifo จะเปิดเผยความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนก.พ.ของเยอรมนี ส่วนอังกฤษจะเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2560 ทางด้านสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ญี่ปุ่นและสิงคโปร์จะเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค. ขณะที่เยอรมนีจะเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2560 และยูโรสแตทจะเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค.ของยูโรโซน

 Attach File : S__15671308_5.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018
  on : Wed February 21,2018, 10:58
World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561

-- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐประเภทอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 2.904% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.152% เมื่อคืนนี้

ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ฉุดดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงกว่า 200 จุดเมื่อคืนนี้ เนื่องจากการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของบริษัทเอกชนปรับตัวขึ้น และสร้างผลกระทบต่อภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้น นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังลดความน่าดึงดูดในตลาดหุ้นเช่นกัน

นักลงทุนจับตากระทรวงการคลังสหรัฐซึ่งจะเปิดประมูลพันธบัตรประเภทอายุ 5 ปี วงเงิน 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และประเภทอายุ 7 ปี วงเงิน 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นี้ หลังจากก่อนหน้านี้ทางกระทรวงได้เปิดประมูลพันธบัตรประเภทอายุ 2 ปี วงเงิน 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยมีอัตราส่วนความต้องการประมูลพันธบัตรมากกว่าปริมาณพันธบัตร (bid to cover ratio) สูงถึง 2.72 เท่า

-- กระทรวงการคลังสหรัฐได้ขายหลักทรัพย์วงเงิน 1.79 แสนล้านดอลลาร์เมื่อวานนี้ เพื่อรักษางบดุลเงินสดให้อยู่ในภาวะสมดุล เนื่องจากสภาคองเกรสยังไม่ได้ขยายเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ

ทั้งนี้ เพดานหนี้ คือวงเงินสูงสุดในการก่อหนี้ที่กระทรวงการคลังสหรัฐออกให้กับภาคสาธารณะ หรือหน่วยงานภาครัฐแห่งอื่นๆ

สำนักงานงบประมาณสภาคองเกรสได้ประมาณการไว้ว่า มีโอกาสสูงที่งบประมาณของกระทรวงการคลังจะหมดลงภายในกลางเดือนมี.ค.ปีนี้ ซึ่งหมายความว่า สภาคองเกรสจำเป็นต้องขยายเพดานหนี้ก่อนกลางเดือนมี.ค. เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาล

-- ราคาบิตคอยน์ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อวานนี้ หลังรัฐบาลเกาหลีใต้ส่งสัญญาณสนับสนุนการทำธุรกรรมปกติด้วยสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงท่าทีจากเมื่อช่วงสามสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลได้ประกาศห้ามทำการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลผ่านบัญชีธนาคารนิรนาม

-- เกาหลีใต้ยื่นเรื่องต่อองค์การการค้าโลก (WTO) ให้มีการพิจารณาเกี่ยวกับการสืบสวนมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนของสหรัฐว่าละเมิดกฎการค้าสากลหรือไม่ โดยเกาหลีใต้ระบุว่า สหรัฐพิจารณาข้อมูลตามที่ปรากฏ (adverse facts

available) จากผู้ผลิตและส่งออกเกาหลีใต้อย่างไม่ถูกต้อง

-- ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) กำลังพิจารณาอนุญาตให้บริษัทภายในประเทศสามารถกู้ยืมเงินนอกประเทศได้ในจำนวนมากขึ้น หลังความผันผวนของค่าเงินรูปีอาจส่งผลกระทบต่อการชำระหนี้ภายในประเทศ

- สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี (Destatis) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน และ 2.1% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน

-- กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยว่า เกาหลีเหนือได้ยกเลิกแผนการพบปะกับนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ จากเดิมที่กำหนดไว้ว่า คณะเจ้าหน้าที่ของเกาหลีเหนือซึ่งรวมถึงนางสาวคิม โย จอง ผู้เป็นน้องสาวของนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ จะพบปะกับนายเพนซ์ ในระหว่างการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวซึ่งจัดขึ้นที่เกาหลีใต้ในเดือนนี้

ด้านสื่อต่างประเทศรายงานว่า การที่เกาหลีเหนือปฏิเสธเข้าพบกับนายเพนซ์นั้น มีขึ้นหลังจากที่นายเพนซ์ได้ออกมาประณามเกาหลีเหนือเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมประกาศแผนการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจรอบใหม่ต่อเกาหลีเหนือ

-- นายอิลมาร์ส ริมเซวิคส์ ผู้ว่าการธนาคารกลางลัตเวีย ยืนยันในว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง แม้ถูกกล่าวหาในคดีเรียกรับสินบน ขณะที่ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีคลังของลัตเวีย ต่างก็เรียกร้องให้นายริมเซวิคส์ลาออกจากตำแหน่งในระหว่างที่เขากำลังถูกสอบสวนในคดีดังกล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลไม่สามารถบังคับให้นายริมเซวิคส์ลาออกจากตำแหน่งได้ เนื่องจากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางเป็นตำแหน่งที่เป็นอิสระจากการเมือง โดยมีเพียงคำสั่งศาลเท่านั้นที่จะทำให้นายริมเซวิคส์พ้นจากตำแหน่ง

-- รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศระงับการก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับการสร้างรถไฟลอยฟ้าและทางยกระดับ หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุหลายครั้งจนทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บหลายราย และสร้างความไม่มั่นใจต่อความปลอดภัยของโครงการเหล่านี้

นายบาซูกิ ฮาดิมัลโจโน รมว.โยธาธิการและการเคหะ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคของอินโดนีเซีย กล่าวว่ารัฐบาลจะระงับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีการยกระดับทั้งหมด

-- รัฐสภามัลดีฟส์มีมติในการประชุมวันนี้ให้ความเห็นชอบต่อคำขอของนายอับดุลลาห์ ยามีน ประธานาธิบดีมัลดีฟส์ ที่ต้องการให้มีการขยายระยะเวลาประกาศภาวะฉุกเฉินออกไปอีก 30 วัน ท่ามกลางวิกฤติการเมืองในประเทศ

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีมัลดีฟส์ประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลา 15 วัน เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้ปล่อยตัวแกนนำฝ่ายค้าน 9 ราย ซึ่งรวมถึงอดีตประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด นาชีด

อย่างไรก็ดี คำสั่งของศาลฎีกาได้ถูกยกเลิกไปไม่นานหลังจากมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน

-- นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศต่างๆในวันนี้ โดยมาร์กิตจะเปิดเผยรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเบื้องต้น และดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนก.พ.ของฝรั่งเศส เยอรมนี อียู และสหรัฐ ขณะที่อังกฤษจะเปิดเผยอัตราว่างงานเดือนธ.ค. และสหรัฐจะเปิดเผยยอดขายบ้านมือสองเดือนม.ค.

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ฝรั่งเศสจะเปิดเผยความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเดือนก.พ. และอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค. ขณะที่สถาบัน Ifo จะเปิดเผยความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนก.พ. ขณะที่อังกฤษจะเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2560 และทางการสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

 Attach File : 17951487_1996242803937876_5505174966157045649_n_2.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018
  on : Tue February 20,2018, 10:13
World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561

ธนาคารกลางออสเตรเลียเปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนม.ค.ในวันนี้ โดยระบุว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางมีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยปัจจัยหนุนส่วนหนึ่งมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

รายงานการประชุมยังระบุด้วยว่า อัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำจะช่วยลดการว่างงาน และหนุนอัตราเงินเฟ้อให้เพิ่มขึ้น โดยคาดว่า อัตราเงินเฟ้อจะค่อยๆปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2.25% ภายในช่วงกลางปี 2563 อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางได้แสดงความกังวลว่า การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียจะเป็นปัจจัยขัดขวางการขยายตัวของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ

--นายเฮง สวี เคียต รมว.คลังสิงคโปร์ กล่าวว่า รัฐบาลสิงคโปร์เตรียมปรับเพิ่มภาษีบริโภคเป็น 9% จากปัจจุบันที่ระดับ 7% เพื่อเพิ่มรายได้ของรัฐบาลในการรับมือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นขณะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

เขากล่าวว่า การเพิ่มภาษีจะช่วยให้รัฐบาลมีรายได้ราว 0.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

--แหล่งข่าวระบุว่า ดอยซ์แบงก์เตรียมปลดพนักงานในธุรกิจวาณิชธนกิจอย่างน้อย 250 คนในสำนักงานสาขาต่างๆ ซึ่งรวมถึงในลอนดอนและสหรัฐ ขณะที่ตัวเลขดังกล่าวอาจสูงขึ้นถึง 500 ราย

ทางด้านสำนักข่าวบลูมเบิร์กอ้างแหล่งข่าวระบุว่า ดอยซ์แบงก์กำลังปลดพนักงานอาวุโส และพนักงานระดับกลางในธุรกิจวาณิชธนกิจ

ทั้งนี้ ดอยซ์แบงก์มีพนักงานในฝ่ายธุรกิจ Corporate และวาณิชธนกิจจำนวน 17,251 คนในช่วงปลายปี 2560

นอกจากนี้ ดอยซ์แบงก์อยู่ในระหว่างการปลดพนักงาน 9,000 คนจากระดับในปี 2558 หรือประมาณ 1 ใน 10 คน โดยคาดว่าจะมีการปลดพนักงาน 4,000 คนในเยอรมนี

--ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศระงับการชำระเงินของธนาคาร ABLV ของลัตเวียเมื่อวานนี้ ขณะที่ธนาคารประสบปัญหาสภาพคล่อง หลังจากที่ถูกสหรัฐกล่าวหาว่าได้ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐได้ออกมาตรการคว่ำบาตร ABLV เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยกล่าวหาว่า ABLV ได้อนุญาตให้ลูกค้าทำธุรกิจกับเกาหลีเหนือ และทำธุรกรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อหรือส่งออกขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ซึ่งถือเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติต่อโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

--นายเจแคบส์ สตรอม ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันการทุจริตแห่งชาติของลัตเวีย (CPB) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จาก CPB ได้เข้าควบคุมตัวนายอิลมาร์ส ริมเซวิคส์ ผู้ว่าการธนาคารกลางลัตเวีย ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากนายริมเซวิคส์มีความผิดในข้อหาเรียกรับสินบนเป็นเงินสูงกว่า 100,000 ยูโร

อย่างไรก็ดี นายสตรอมยืนยันว่าการจับกุมตัวนายริมเซวิคส์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่สหรัฐกล่าวหาว่า ธนาคาร ABLV ของลัตเวียได้ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือแต่อย่างใด

--รัฐบาลเวเนซุเอลาเตรียมเปิดให้นักลงทุนเข้าจองซื้อ (พรีเซล) "petro" ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลของเวเนซุเอลา ในวันนี้ โดยหวังว่ารายได้จากการขายสกุลเงินดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ

นายนิโคลาส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กล่าวก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลจะออกสกุลเงิน "petro" เป็นจำนวน 100 ล้านเหรียญ หรือ 100 ล้านโทเคน โดยแต่ละโทเคนจะมีมูลค่าและได้รับการหนุนหลังจากน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาจำนวน 1 บาร์เรล ซึ่งจะส่งผลให้วงเงินการออกสกุลเงิน "petro" มีมูลค่ารวมมากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์

ขณะที่นักวิเคราะห์อาวุโสของบริษัท eToro มองว่า การที่ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา อาจจะปูทางให้ผู้นำระดับโลกคนอื่น ๆ เช่น นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ดำเนินการเช่นเดียวกัน

--นายวิทาลิค บูเตริน ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายบล็อกเชนอีเธอเรียม กล่าวเตือนว่า สกุลเงินดิจิทัลเป็นสินทรัพย์รูปแบบใหม่ ซึ่งมีความผันผวนอย่างมาก และอาจจะทรุดตัวลงใกล้ศูนย์ได้ตลอดเวลา

นายบูเตรินระบุว่า นักลงทุนอย่าได้ทุ่มเงินลงทุนมากกว่าที่จะสามารถรับการขาดทุนได้

--บิตคอยน์ยังคงเคลื่อนไหวเหนือระดับ 11,000 ดอลลาร์ในวันนี้ หลังจากพุ่งทะลุระดับดังกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว

ข้อมูลจากเว็บไซต์ CoinDesk ระบุว่า บิตคอยน์แตะที่ระดับ 11,436 ดอลลาร์ ณ เวลา 8.38 น. วันนี้ ตามเวลาไทย

ขณะนี้บิตคอยน์พุ่งขึ้นกว่า 80% จากระดับ 5,947.40 ดอลลาร์ที่ทำไว้ในวันที่ 6 ก.พ. ซึ่งขณะนั้น นักลงทุนพากันเทขายบิตคอยน์ เนื่องจากมีความวิตกเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่จะคุมเข้มการซื้อขายบิตคอยน์ รวมทั้งถูกกระทบจากข่าวการปั่นราคาบิตคอยน์ในตลาด และการที่แฮกเกอร์เจาะเข้าระบบแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการ ก่อนที่จะโจรกรรมสกุลเงินดิจิทัลเป็นจำนวนมาก ขณะที่ธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่งทั่วโลกก็ได้ประกาศห้ามลูกค้าใช้บัตรเครดิตของธนาคารรูดซื้อบิตคอยน์

--นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศที่เปิดเผยในวันนี้ โดยเยอรมนีจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนม.ค. และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนก.พ.จาก ZEW ขณะที่อียูจะเปิดเผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนก.พ.

ส่วนในวันพรุ่งนี้ นักลงทุนพุ่งความสนใจไปที่รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าจับตาอื่นๆ โดยมาร์กิตจะรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเบื้องต้น และดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนก.พ.ของฝรั่งเศส เยอรมนี อียู และสหรัฐ ขณะที่อังกฤษจะเปิดเผยอัตราว่างงานเดือนธ.ค. และสหรัฐจะเปิดเผยยอดขายบ้านมือสองเดือนม.ค.

 Attach File : ichimoku-Tell-buy-o-sale-forex-in-thai-768x405 3.png

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018
  on : Mon February 19,2018, 15:25
World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 6 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 ก.พ.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นในเดือนม.ค. อย่างไรก็ตาม แรงบวกในตลาดได้ถูกสกัดลงในระหว่างวัน เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง หลังจากมีรายงานข่าวว่า อัยการพิเศษสหรัฐได้ฟ้องร้องดำเนินคดีพลเมืองรัสเซีย 13 คน และองค์กรรัสเซีย 3 แห่ง ฐานแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐปี 2559

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,219.38 จุด เพิ่มขึ้น 19.01 จุด หรือ +0.08% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,732.22 จุด เพิ่มขึ้น 1.02 จุด หรือ +0.04% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 7,239.47 จุด ลดลง 16.96 จุด หรือ -0.23%

-- นายโรเบิร์ต มูลเลอร์ อัยการพิเศษสหรัฐ ฟ้องร้องดำเนินคดีพลเมืองรัสเซีย 13 คน และองค์กรรัสเซีย 3 แห่ง โดยกล่าวหาว่าพลเมืองและองค์กรกลุ่มนี้แทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐปี 2559

คำฟ้องของนายมูลเลอร์ระบุว่า จำเลยกลุ่มนี้สนับสนุนแคมเปญหาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบัน และทำให้นางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตเสื่อมเสีย

องค์กรที่ถูกตั้งข้อหาในครั้งนี้ หนึ่งในนั้นคือบริษัทอินเทอร์เน็ต รีเสิร์ช เอเจนซี ซึ่งคำฟ้องระบุว่า บริษัทแห่งนี้มีส่วนร่วมในปฏิบัติการแทรกแซงกระบวนการทางการเมืองในสหรัฐ

-- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านพุ่งขึ้น 9.7% ในเดือนม.ค. สู่ระดับ 1.33 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2559 หรือในรอบกว่าหนึ่งปี และสูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ราว 1.24 ล้านยูนิต

ขณะที่การอนุญาตก่อสร้างเพิ่มขึ้น 7.4% ในเดือนม.ค. สู่ระดับ 1.4 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2550 หรือในรอบ 10 ปีครึ่ง และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ราว 1.3 ล้านยูนิต

-- กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ดัชนีราคานำเข้าพุ่งขึ้น 1% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากที่ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยในเดือนธ.ค. สะท้อนให้เห็นว่าเงินเฟ้อในสหรัฐกำลังปรับตัวสูงขึ้น

เมื่อเทียบรายปี ราคานำเข้าพุ่งขึ้น 3.6% ในเดือนม.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 3.0%

ดัชนีราคานำเข้าได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน นอกจากนี้ ราคานำเข้าสินค้าประเภทอื่นๆ ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน เช่น รถยนต์ ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ขณะที่ดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงก็ส่งผลให้สินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศมีราคาแพงขึ้นด้วย

-- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นของสหรัฐในเดือนก.พ.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 99.9 จากระดับเดือนม.ค.ที่ 95.7 ซึ่งเป็นสถิติที่สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าดัชนีจะอยู่ที่ 95.3 โดยได้ปัจจัยหนุนจากความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

-- กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยรายงานเบื้องต้นในวันนี้ว่า ญี่ปุ่นขาดดุลการค้า 9.434 แสนล้านเยน หรือประมาณ 8.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนม.ค.

ส่วนยอดส่งออกในเดือนม.ค. พุ่งขึ้น 12.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี ขณะที่ยอดนำเข้าเพิ่มขึ้น 7.9%

-- เครื่องบินของสายการบิน อาเซมาน แอร์ไลนส์ ของอิหร่าน ประสบอุบัติเหตุตกในบริเวณเทือกเขาซากรอส ทางตอนกลางของอิหร่านเมื่อวานนี้ ซึ่งส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือรวม 66 คนเสียชีวิตทั้งหมด

รายงานระบุว่า เครื่องบินของสายการบิน อาเซมาน แอร์ไลนส์ ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานเมห์ราบัด ของกรุงเตหะราน เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นวานนี้ โดยมีจุดหมายที่เมืองยาซุฟ ในจังหวัดอิสฟาฮาน แต่เครื่องบินได้หายไปจากจอเรดาร์อยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่จะพบว่าประสบอุบัติเหตุตกลงลงสู่ภูเขาเดนา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาซากรอส ในบริเวณห่างจากเมืองยาซุฟราว 23 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเตหะรานไปทางใต้ประมาณ 500 กิโลเมตร

ทางด้านสำนักงานป้องกันอุบัติภัยแห่งอิหร่านระบุว่า สภาอากาศที่เลวร้ายเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เครื่องบินตกในครั้งนี้

-- ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซขึ้น 1 ขึ้น สู่ระดับ B จากระดับ B- โดยระบุว่า เศรษฐกิจกรีซและยอดเกินดุลงบประมาณของรัฐบาลกรีซ มีการขยายตัวดีขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงด้านการเมืองของกรีซเริ่มลดน้อยลง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ฟิทช์ระบุว่า การออกมาตรการด้านการคลังเพิ่มเติมซึ่งจะมีผลบังคับใช้ไปจนถึงปี 2563 นั้น จะช่วยให้รัฐบาลกรีซมีการเกินดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

-- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยข้อเสนอแนะถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้มีการเข้มงวดกับการนำเข้าเหล็กกล้าและอลูมิเนียม โดยแถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ปริมาณและสถานการณ์เหล็กกล้าและอลูมิเนียมนำเข้าในปัจจุบันคุกคามความมั่นคงของชาติ ดังที่ระบุไว้ในมาตรา 232 ของกฎหมายการขยายการค้า (Trade Expansion Act) ฉบับปี 2505

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ทำให้นายหวาง เหอจุน หัวหน้าสำนักงานสอบสวนและเยียวยาการค้า กระทรวงพาณิชย์จีนออกมาระบุว่า ข้อเสนอของสหรัฐที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

นายหวาง กล่าวด้วยว่า หากการตัดสินใจในขั้นสุดท้ายส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของจีน จีนเองก็จะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิของตนเองเช่นกัน

-- ธนาคารกลางจีน (PBOC) เปิดเผยว่า จีนจะยังคงความต่อเนื่องและความมีเสถียรภาพในการดำเนินนโยบายการเงินที่รอบคอบและเป็นกลาง พร้อมรักษาสภาพคล่องในระดับที่สมเหตุสมผล รวมทั้งควบคุมปริมาณเงินเพื่อสนับสนุนการปฏิรูปโครงสร้างฝั่งอุปทาน

ธนาคารกลางจีนได้ระบุถึงเรื่องดังกล่าวในรายงานขนาดยาวว่าด้วยการดำเนินนโยบายการเงินในไตรมาส 4 ปี 2560 โดยกล่าวว่า ธนาคารกลางจะปรับปรุงกรอบการกำกับดูแล ด้วยการใช้เครื่องมือการเงินหลัก ควบคู่กับเกณฑ์การกำกับดูแลความมั่นคงในภาพรวม (Macro-prudential regulation)

แบงก์ชาติจีนได้ระบุถึงภารกิจหลัก 3 ประการ ซึ่งได้แก่ การดูแลเศรษฐกิจที่แท้จริง การป้องกันความเสี่ยง และการปฏิรูปการเงิน โดยการปฏิรูปการเงินและการเปิดเสรีจะมีบทบาทมากขึ้นในการดูแลเศรษฐกิจที่แท้จริงและกระตุ้นนวัตกรรม

ทั้งนี้ การปฏิรูปจะเน้นไปที่ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย ขณะที่จะมีการส่งเสริมการให้บริการทางการเงินอย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ PBOC ยังได้เน้นย้ำถึงการกำกับดูแลการเงินเพื่อควบคุมความเสี่ยงเชิงระบบด้วย

-- ตลาดการเงินจับตาการเปิดเผยรายงานการประชุมของธนาคารกลางต่างๆในสัปดาห์นี้ โดยธนาคารกลางออสเตรเลียจะเปิดเผยรายงานการประชุมในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเปิดเผยรายงานการประชุมในวันพรุ่งนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.พ.

-- นอกเหนือจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางแล้ว นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศต่างๆในวันนี้ ซึ่งได้แก่ ดุลการค้าเดือนม.ค.ของญี่ปุ่น และยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนธ.ค.ของยูโรโซน

ส่วนในวันพรุ่งนี้ เกาหลีใต้จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนม.ค. ขณะที่มาร์กิตจะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเบื้องต้นเดือนก.พ.และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนก.พ.ของฝรั่งเศส เยอรมนี อียู และสหรัฐ ส่วนอังกฤษจะเปิดเผยอัตราว่างงานเดือนธ.ค. ทางด้านสหรัฐจะเปิดเผยยอดขายบ้านมือสองเดือนม.ค.

-- ตลาดการเงินและหน่วยงานราชการสหรัฐปิดทำการในวันนี้ เนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐ

 Attach File : S__20693040_1.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018
  on : Fri February 16,2018, 10:59
World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561

-- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กทำสถิติปิดพุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 5 เมื่อคืนนี้ หลังจากมีรายงานว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนม.ค.ของสหรัฐซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญนั้น ปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน

-- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ ต่อเนื่องจากที่ทะยานขึ้นในวันก่อนหน้า ขานรับการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI)

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 2.944% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2.213% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2551 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 5 ปี ทะยานขึ้นสู่ระดับ 2.687% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2553

-- จับตาความเคลื่อนไหวในญี่ปุ่นวันนี้ หลังมีรายงานข่าวที่อ้างแหล่งข่าวจากรัฐสภาญี่ปุ่นว่า นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ อาจเสนอรายชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และรองผู้ว่าฯ อีก 2 คนต่อรัฐสภาในวันนี้

แหล่งข่าวระบุว่า หากมีการเสนอชื่อตามที่คาดการณ์ไว้ รายชื่อดังกล่าวจะถูกเปิดเผยออกมาหลัง 11.00 น.ตามเวลาญี่ปุ่น

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กล่าวปราศรัยจากทำเนียบขาวต่อชาวสหรัฐทั่วประเทศเมื่อคืนนี้ ผ่านทางการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ หลังเกิดเหตุการณ์ที่มีวัยรุ่นใช้ปืนกราดยิงในโรงเรียนมัธยมในรัฐฟลอริดา จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 17 คน และบาดเจ็บจำนวนมาก

ปธน.ทรัมป์ให้คำมั่นว่า การทำให้โรงเรียนมีความปลอดภัยมากขึ้นจะถือเป็นภารกิจสำคัญที่สุดของรัฐบาล นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังระบุว่า เขาจะเข้าแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตของชาวสหรัฐ หลังจากที่เขาตั้งข้อสังเกตุว่า วัยรุ่นที่ก่อเหตุในครั้งนี้เป็นผู้ที่มีปัญหาทางจิด แต่เพื่อนบ้านและเพื่อนในโรงเรียนกลับไม่ได้แจ้งเรื่องนี้ต่อทางเจ้าหน้าที่

-- นายนิโคลัส ครู๊ซ วัย 19 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหา 17 กระทงในคดีฆาตกรรมที่มีการไตร่ตรองล่วงหน้า หลังจากที่เขาได้ใช้ปืนกราดยิงในโรงเรียนมัธยมมาจอรี่ สโตนแมน ดั๊กลาสในรัฐฟลอริดา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 17 คน และบาดเจ็บจำนวนมาก

นายครู๊ซเคยเป็นนักเรียนของโรงเรียนดังกล่าว แต่ได้ถูกไล่ออกจากโรงเรียน เนื่องจากมีความประพฤติไม่เหมาะสม

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) พุ่งขึ้น 0.4% ในเดือนม.ค.เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากทรงตัวในเดือนธ.ค.

การดีดตัวขึ้นของดัชนี PPI ได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของราคาน้ำมัน และค่าใช้จ่ายในการรักษาสุขภาพ

-- กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 7,000 ราย สู่ระดับ 230,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 45 ปีที่ทำไว้ในสัปดาห์ก่อนหน้านี้

ตัวเลขผู้ที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังคงอยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 154 ติดต่อกัน ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2513

-- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐทรงตัวเป็นเดือนที่ 2 ในเดือนม.ค. ขณะที่การผลิตในกลุ่มการบินและอวกาศ, พลาสติก และอาหาร ต่างก็ปรับตัวลง โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนม.ค

-- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก รายงานว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ชะลอตัวลง 5.0 จุดในเดือนก.พ. โดยอยู่ที่ระดับ 13.1 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 0 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตในนิวยอร์ก

-- สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดในวงการบิตคอยน์ บิตคอยน์พุ่งทะลุระดับ 10,000 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่นักลงทุนกลับมาช้อนซื้อ หลังจากที่บิตคอยน์ดิ่งลงกว่า 70% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใกล้ 20,000 ดอลลาร์ที่ทำไว้ในกลางเดือนธ.ค.

บิตคอยน์ปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ พร้อมกับสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ จากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการที่รัฐบาลเกาหลีใต้ และรัฐบาลสหรัฐจะเข้าคุมเข้มการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล

-- นางซีกัล แมนเดลเกอร์ ปลัดสำนักงานการก่อการร้ายและหน่วยสืบราชการลับทางการเงินของกระทรวงการคลังสหรัฐ เรียกร้องให้นานาประเทศคุมเข้มกฎระเบียบควบคุมสกุลเงินดิจิทัล เพื่อปกป้องระบบการเงินและความมั่นคงแห่งชาติ

นางแมนเดลเกอร์กล่าวต่อไปว่า นานาประเทศยังขาดความต่อเนื่องในการออกกฎระเบียบควบคุมผู้ให้บริการสกุลเงินดิจิทัลในเรื่องที่เกี่ยวกับการปราบปรามการฟอกเงิน และกวาดล้างแหล่งเงินทุนสนับสนุนการก่อการร้าย

นางแมนเดลเกอร์กล่าวว่า กลุ่มก่อการร้าย และประเทศที่มีรัฐบาลที่ทุจริต มักนิยมใช้สกุลเงินดิจิทัลเพื่อฉวยประโยชน์จากระบบการเงิน และซ่อนรายได้ที่มาจากอาชญากรรม รวมทั้งให้การสนับสนุนทางการเงินต่อกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีกำหนดการรายงานในวันนี้ สหรัฐเตรียมรายงานตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนม.ค. เวลา 20.30 น. ของวันนี้ตามเวลาไทย และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนก.พ.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ในเวลา 22.00 น.

 Attach File : S__20693040.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018
  on : Thu February 15,2018, 11:22
World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พุ่งขึ้น 0.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 0.3% และหากเทียบเป็นรายปี ดัชนี CPI ทรงตัวที่ระดับ 2.1% ในเดือนม.ค. ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 1.9%

ทั้งนี้ ดัชนี CPI ที่พุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนม.ค.สะท้อนให้เห็นถึงภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในสหรัฐ และยังส่งผลให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ในปีนี้

-- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนม.ค.ร่วงลง 0.3% นับเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดตั้งแต่เดือนก.พ.ปีที่แล้ว สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% โดยยอดค้าปลีกที่ปรับตัวลงในเดือนม.ค.นั้น ได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของคำสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง และยอดขายรถยนต์

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังระบุว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.3% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.4% เช่นเดียวกันในเดือนพ.ย.

-- เจพีมอร์แกนออกรายงานปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาสแรก สู่ระดับ 2.5% จากเดิมที่คาดไว้ที่ระดับ 3.0% หลังการเปิดเผยยอดค้าปลีกที่ซบเซา

นอกจากนี้ เจพีมอร์แกนยังได้คาดการณ์อีกว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า หลังจากที่สหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนม.ค. พร้อมระบุด้วยว่า เฟดอาจปรับเพิ่มคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เป็น 4 ครั้ง จากเดิมที่คาดว่าจะปรับขึ้น 3 ครั้ง ในการประชุมเดือนหน้า

-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นเมื่อคืนนี้ (14 ก.พ.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวน ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยทางการสหรัฐระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนม.ค. แต่ยอดค้าปลีกเดือนม.ค.ร่วงลงหนักสุดในรอบเกือบ 1 ปี นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้แรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ

-- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (14 ก.พ.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 1.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 9 ก.พ. ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะพุ่งขึ้น 2.8 ล้านบาร์เรล

สต็อกน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงของสหรัฐช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวล หลังจากก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ที่ว่า อุปทานน้ำมันทั่วโลกจะอยู่ในระดับสูงกว่าอุปสงค์ในปีนี้ ขณะที่สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐระบุว่า การผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (shale oil) ในแหล่งน้ำมันหลัก 7 แหล่งของสหรัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 110,000 บาร์เรล/วันในเดือนมี.ค. สู่ระดับ 6.756 ล้านบาร์เรล/วัน

-- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีเมื่อคืนนี้ หลังจากที่สหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนม.ค. ซึ่งจะเป็นปัจจัยผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วและแรงกว่าที่คาดไว้ในปีนี้

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นสู่ระดับ 2.904% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี หลังจากที่เพิ่งแตะระดับ 2.902% เมื่อวันจันทร์ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 5 ปี พุ่งแตะระดับ 2.632% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2553 และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.164%

-- สมาคมนายธนาคารเพื่อการจำนอง (MBA) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนองลดลง 4.1% ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดในรอบ 5 สัปดาห์ โดยได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการจำนองได้ดีดตัวขึ้นตามการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น และจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะถอนตัวจากการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

-- สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมต่อเรือและสาธารณูปโภค หดตัวลง 11.9% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบเป็นรายเดือน สู่ระดับ 7.926 แสนล้านเยน (7.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) หลังจากที่มีการขยายตัว 5.7% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2551

ทั้งนี้ ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานของญี่ปุ่นถือเป็นดัชนีวัดการใช้จ่ายด้านทุนของบริษัทเอกชน

-- Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้

ทั้งนี้ Ifo ได้เปิดเผยรายงานการสำรวจเศรษฐกิจโลก "World Economic Survey" โดยระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 17.1 ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 สู่ระดับ 26.0 ในไตรมาสแรกของปี 2561 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปี 2550

-- เกิดเหตุคนร้ายใช้ปืนกราดยิงในโรงเรียนมัธยม "มาจอริตี้ สโตนแมน ดั๊กลาส" ในรัฐฟลอริดาของสหรัฐ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 17 คน และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 14 คน

ทั้งนี้ คนร้ายได้ใช้ปืนกราดยิงในโรงเรียนมัธยมดังกล่าวซึ่งตั้งอยู่ในเขตปาร์คแลนด์ ทางตอนเหนือของเมืองไมอามี รัฐฟลอริดาของสหรัฐ เมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า คนร้ายเป็นวันรุ่นอายุประมาณ 18 ปี ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายใช้ปืนกราดยิงในโรงเรียนแห่งนี้ โดยกล่าวว่า "ผมได้อธิษฐานให้กับครอบครัวของเหยื่อจากเหตุกราดยิงในรัฐฟลอริดาครั้งนี้ และผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ไม่ว่านัก เรียน ครู หรือใครก็ตาม ไม่ควรรู้สึกไม่ปลอดภัยในโรงเรียนของอเมริกา" ทรัมป์กล่าว

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันนี้ได้แก่ การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค.ของญี่ปุ่น, อัตราว่างงานไตรมาส 4/2560 ของฝรั่งเศส, ดุลการค้าเดือนธ.ค.ของอียู, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์,ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนก.พ.จากเฟดนิวยอร์ก, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนม.ค. และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค.ของสหรัฐ

ส่วนในวันพรุ่งนี้อังกฤษจะเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนม.ค. ขณะที่สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนม.ค. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนก.พ.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

 Attach File : S__19111946_1.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018
  on : Wed February 14,2018, 15:31
World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อ ทรงตัวที่ระดับ 3.0% ในเดือนม.ค. ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนธ.ค. หลังจากดีดตัวแตะ 3.1% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2555

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี CPI จะปรับตัวลงสู่ระดับ 2.9% ในเดือนม.ค.

ตลาดการเงินคาดการณ์ว่า มีโอกาส 70% ที่ BoE จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนพ.ค. และมีโอกาส 50% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 1% ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2552

-- ธนาคารกลางจีน (PBOC) แต่งตั้งให้ธนาคารเจพีมอร์แกน เชส เป็นธนาคารที่ให้บริการชำระบัญชีด้วยเงินหยวนอย่างเป็นทางการในสหรัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลจีนในการผลักดันเงินหยวนให้มีบทบาทสำคัญในตลาดโลก

-- นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ มีแนวโน้มที่จะได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เป็นสมัยที่สองหลังหมดวาระในเดือนเม.ย.นี้ ขณะที่รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นระบุว่า ผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งคนต่อไปจำเป็นต้องมีทักษะด้านภาษาอังกฤษ เพื่อที่จะสามารถแก้ปัญหาการเงินโลกได้ ส่งผลให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า BOJ อาจยังคงนโยบายผ่อนคลายทางการเงินไปอีกระยะหนึ่ง

-- สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนแสดงความไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับแนวคิดของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ในระหว่างการประชุมพรรค โดยทรัมป์ระบุว่าต้องการขึ้นภาษีสินค้าประเภทเหล็กและอลูมิเนียมที่นำเข้าจากต่างประเทศมายังสหรัฐ

สมาชิกบางส่วนให้เหตุผลว่า นโยบายดังกล่าวจะทำให้สินค้าประเภทนี้มีราคาสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างอุตสาหกรรมรถยนต์ และอาจนำไปสู่การเลิกจ้างแรงงาน

-- นักลงทุนจับตากระทรวงแรงงานสหรัฐซึ่งจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนม.ค.ในวันนี้ เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย ขณะที่นายทอม เอสเซย์ ผู้ก่อตั้งเดอะ เซเวนส์ รีพอร์ท กล่าวว่า ตัวเลข CPI ที่จะมีการเปิดเผยในนี้ จะเป็นตัวเลข CPI ที่มีความสำคัญที่สุดในรอบ 10 ปี โดยหากดัชนี CPI ปรับตัวมากขึ้นกว่าการคาดการณ์ ก็จะเป็นปัจจัยทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และจะกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใหญ่ที่สุดต่อการทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปีของตลาดหุ้นในขณะนี้

-- รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2560 ขยายตัว 0.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคและภาคเอกชนที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งภายในประเทศ

ทั้งนี้ แม้ตัวเลข GDP ซึ่งปรับค่าเงินเฟ้อแล้วนั้น มีการขยายตัวติดต่อกัน 8 ไตรมาส ซึ่งนับเป็นการขยายตัวที่ยาวนานที่สุดในรอบ 28 ปี แต่ GDP ไตรมาส 4/2560 ชะลอตัวลงจากไตรมาส 3/2560 ซึ่งขยายตัวแข็งแกร่งถึง 2.2% และยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

-- นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่กล่าวว่า เฟดจะยังคงจับตาความเสี่ยงที่อาจจะกระทบต่อเสถียรภาพของตลาดการเงิน และเฟดจะรักษาประโยชน์ที่ได้รับจากการกำหนดกฎระเบียบในช่วงที่เกิดวิกฤตการเงินในปี 2550-2552 รวมทั้งสร้างความมั่นใจว่านโยบายของเฟดจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ทั้งนี้ นายพาวเวลได้เข้ารับตำแหน่งประธานเฟดอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ในวันนี้มีการจัดพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง โดยมีสมาชิกครอบครัว และมิตรสหายเข้าร่วมในพิธี

-- สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ออกรายงานระบุว่า การผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของสหรัฐ จะทำให้กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เปลี่ยนแปลงนโยบายการผลิตน้ำมันครั้งใหญ่ในไม่ช้า

"การผลิตน้ำมันในสหรัฐมีการขยายตัวอย่างมาก จนทำให้การผลิตน้ำมันในปีนี้อาจเทียบเท่ากับการขยายตัวของความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก" IEA ระบุในรายงาน

"นี่เป็นเรื่องน่าคิดสำหรับประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นๆ ซึ่งกำลังปรับลดกำลังการผลิต และเผชิญกับการท้าทายจากการที่ถูกแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด" รายงานระบุ

-- นายเจสซี พาวเวล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Kraken ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล กล่าวว่า มูลค่าตลาดของสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมดจะแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปีนี้ แม้ว่าได้ทรุดตัวลงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ มูลค่าตลาดของสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมดอยู่ที่ระดับ 4.17 แสนล้านดอลลาร์ในขณะนี้ หลังจากพุ่งเหนือระดับ 8 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนม.ค. ก่อนที่จะดิ่งลงอย่างหนัก จากการที่นักลงทุนแห่เทขายในตลาด ขณะที่มีความกังวลเกี่ยวกับการที่รัฐบาลประเทศต่างๆอาจออกกฎระเบียบที่คุมเข้มการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล

-- นางลอเรตตา เมสเตอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาคลีฟแลนด์ กล่าวเมื่อวานนี้ว่า ตลาดหุ้นที่ทรุดตัวลงในระยะนี้ และค่าความผันผวนที่พุ่งขึ้น จะไม่มีผลกระทบต่อแนวโน้มการขยายตัวที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐแต่อย่างใด

ทั้งนี้ นางเมสเตอร์กล่าว เพื่อหวังผ่อนคลายความวิตกของนักลงทุน ท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นที่ผันผวน

นางเมสเตอร์ระบุว่า แม้ว่าการดิ่งลงอย่างรุนแรงและต่อเนื่องของตลาดหุ้นจะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่น และนำไปสู่การลดลงของการใช้จ่าย และการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ก็ยังห่างไกลจากสถานการณ์ที่คาดไว้

-- นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศต่างๆในวันนี้ ซึ่งได้แก่ ตัวเลข GDP ของมาเลเซีย สิงคโปร์ เยอรมนี และอียู ขณะที่ทางการสหรัฐจะเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนม.ค., ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนม.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนธ.ค.

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ญี่ปุ่นจะเปิดเผยยอดสั่งซื้อเครื่องจักรเดือนธ.ค.และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. ขณะที่ออสเตรเลียจะเปิดเผยอัตราว่างงานเดือนม.ค. ทางด้านธนาคารกลางอินโดนีเซียประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย ส่วนสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนก.พ. จากเฟดนิวยอร์ก, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนม.ค. และ การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค.
Modifly by admin , on Wed February 14,2018

 Attach File : S__20561940.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018
  on : Tue February 13,2018, 11:29
World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 วงเงิน 4.4 ล้านล้านดอลลาร์ต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ โดยมีการเพิ่มรายจ่ายด้านกลาโหม และการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภค รวมทั้งการสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก

ทั้งนี้ แผนงบประมาณดังกล่าว มีการจัดสรรงบประมาณวงเงิน 7.16 แสนล้านดอลลาร์สำหรับค่าใช้จ่ายด้านการทหาร และการรักษาคลังอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐ ขณะที่มีการจัดสรรงบ 2 แสนล้านดอลลาร์สำหรับการใช้จ่ายด้านโครงการสาธารณูปโภค และตั้งวงเงินมากกว่า 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สำหรับการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน และการตรวจคนเข้าเมือง

--ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 400 จุดเมื่อคืนนี้ (12 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเดินหน้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากดาวโจนส์ร่วงลงอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 วงเงิน 4.4 ล้านล้านดอลลาร์ต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,601.27 จุด พุ่งขึ้น 410.37 จุด หรือ +1.70% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,981.96 จุด เพิ่มขึ้น 107.47 จุด หรือ +1.56% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,656.00 จุด เพิ่มขึ้น 36.45 จุด หรือ +1.39%

--ผลการสำรวจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ระบุว่า ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของสหรัฐได้ปรับตัวลงในเดือนที่แล้ว หลังจากที่ดีดตัวขึ้นในช่วงสิ้นปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ผลการสำรวจพบว่า ค่าเฉลี่ยตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคในช่วง 1 ปีข้างหน้าได้ลดลงสู่ระดับ 2.71% ในเดือนม.ค. จากระดับ 2.82% ในเดือนธ.ค.

--นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนม.ค.ในวันพุธ และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดี ซึ่งหากตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ก็อาจส่งผลให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้

-- ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทอาจเผชิญภาวะทรุดตัวอย่างหนักอีกครั้งในวันพุธนี้ หากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐพุ่งขึ้นมากกว่าที่คาดไว้

นายปิแอร์ คูร์แรน หัวหน้าฝ่ายซื้อขายหุ้นของบริษัทแอมพลิฟาย เทรดดิ้ง กล่าวว่า "ตัวเลข CPI ที่จะมีการประกาศในวันพุธ เป็นตัวเลขเงินเฟ้อที่มีความสำคัญอย่างมาก ถ้าหากตัวเลข CPI อยู่ที่ระดับ 1.9% หรือมากกว่า 2% ก็จะทำให้ตลาดหุ้นถูกเทขายออกมาเหมือนกับในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ถ้าตัวเลข CPI อยู่ที่ราว 1.7-1.8% ผมก็คิดว่าตลาดจะสงบลง"

ทางด้านนายเจสัน แวร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของอัลเบียน ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ซึ่งกล่าวว่า "หากตัวเลข CPI ออกมาสูงกว่าคาด ก็จะสร้างความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นในตลาด แต่ถ้าตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด ก็จะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง และหุ้นก็จะทะยานขึ้น"

--กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ระบุในรายงานประจำเดือนก.พ.ว่า โอเปกคาดการณ์ว่าอุปสงค์น้ำมันจะมีการขยายตัวในปีนี้ มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ โอเปกยังคาดการณ์ว่า อุปทานน้ำมันจากกลุ่มประเทศนอกโอเปกจะพุ่งขึ้นมากกว่าที่คาดไว้ โดยได้แรงหนุนจากการผลิตน้ำมันในสหรัฐ

ขณะเดียวกัน โอเปกคาดว่าตลาดจะกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลในช่วงสิ้นปีนี้

--นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐเปิดเผยว่า สหรัฐพร้อมที่จะเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์กับเกาหลีเหนือ แม้สหรัฐยังเดินหน้ามาตรการกดดันนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือก็ตาม

--สำนักงานกำกับตลาดหลักทรัพย์, การธนาคารและประกัน รวมทั้งกองทุนบำนาญในยุโรป (ESAs) ออกแถลงการณ์เตือนว่า สกุลเงินดิจิทัลเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสิ่ยงสูง และไม่มีการกำกับดูแล ทำให้ไม่เหมาะสำหรับการลงทุน

ESAs ระบุในแถลงการณ์ว่า ทางเจ้าหน้าที่มีความวิตกกังวลต่อจำนวนนักลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งได้เข้าซื้อสกุลเงินดิจิทัล โดยไม่ได้ตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

-- โกลด์แมน แซคส์เปิดเผยในรายงานเมื่อวานนี้ว่า นักลงทุนยังคงไม่มีความมั่นใจว่าการทะยานขึ้นของราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา จะสามารถดำเนินไปอย่างยั่งยืน แม้ว่าราคาน้ำมันได้พุ่งขึ้นเกือบ 50% จากช่วงกลางปีที่แล้ว

โกลด์แมน แซคส์ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนไม่มีความเชื่อมั่น ได้แก่ การผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐ

เมื่อปีที่แล้ว โกลด์แมน แซคส์ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์สำหรับปีนี้ สู่ระดับ 62 ดอลลาร์/บาร์เรล จากเดิมที่คาดการณ์ที่ระดับ 59 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมัน WTI คาดว่าจะอยู่ที่ 57.50 ดอลลาร์/บาร์เรล จากเดิมที่ระดับ 55 ดอลลาร์/บาร์เรล

--จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในต่างประเทศวันนี้ ได้แก่ ความเชื่อมั่นทางธุรกิจออสเตรเลียเดือนม.ค.จากเนชั่นแนล ออสเตรเลีย แบงก์ (NAB), การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ (FDI) เดือนม.ค.ของจีน และอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค.ของอังกฤษ

ส่วนในวันพรุ่งนี้ เกาหลีใต้จะเปิดเผยอัตราว่างงานเดือนม.ค. ออสเตรเลียจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.จากเวสต์แพค ญี่ปุ่นจะรายงานตัวเลขประมาณการเบื้องต้น GDP ไตรมาส 4/2560 เยอรมนีจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนม.ค.และตัวเลขประมาณการเบื้องต้น GDP ไตรมาส 4/2560 อียูจะรายงาน GDP ไตรมาส 4/2560 (ประมาณการครั้งที่ 2) ขณะที่สหรัฐจะเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนม.ค. ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนม.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนธ.ค.

 Attach File : S__15671307_7.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018
  on : Thu February 8,2018, 14:00
World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนลบเมื่อคืนนี้ (7 ก.พ.) โดยได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ดีดตัวขึ้น หลังจากมีรายงานว่า แกนนำวุฒิสมาชิกในสภาคองเกรสสหรัฐสามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับงบประมาณระยะเวลา 2 ปี ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลมีงบประมาณใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

นักลงทุนยังคงจับตาการโหวตร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวในสภาคองเกรสสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาล (ชัตดาวน์) หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ก่อนที่จะส่งต่อไปยังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาต่อไป โดยร่างงบประมาณชั่วคราวที่สภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบเมื่อวันอังคารนั้น จะช่วยให้รัฐบาลสหรัฐมีงบประมาณในการดำเนินงานต่อไปได้อีก 6 สัปดาห์ หรือจนถึงวันที่ 23 มี.ค. เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะชัตดาวน์

-- แกนนำพรรครีพับลิกันและเดโมแครตในวุฒิสภาสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับงบประมาณระยะเวลา 2 ปี เพื่อเพิ่มงบประมาณรายจ่ายให้กับรัฐบาลอีกเกือบ 3 แสนล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายที่จะลดความขัดแย้งเกี่ยวกับนโยบายงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวยังต้องรอการอนุมัติจากสภาคองเกรส

ทั้งนี้ หากสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับร่างกฎหมายงบประมาณภายในเวลาเที่ยงคืนของวันพฤหัสบดีนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือเวลาเที่ยงของวันศุกร์ตามเวลาไทย สหรัฐก็จะเผชิญภาวะชัตดาวน์อีกครั้ง หลังจากที่เกิดการชัตดาวน์เป็นเวลา 3 วันในเดือนที่แล้ว

-- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี ได้ดีดตัวสู่ระดับ 2.796% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.068%

การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ประกอบกับข้อมูลที่บ่งชี้ถึงการพุ่งขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าแรงในสหรัฐนั้น ยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ในปีนี้

-- กระแสคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดมีน้ำหนักมากขึ้น หลังจากที่นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส ออกมาแสดงความเห็นว่า เฟดควรถอนตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เนื่องจากตลาดแรงงานที่ตึงตัวได้เพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ นายแคปแลนยังกล่าวว่า การที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีททรุดตัวลงในระยะนี้ ถือเป็นการปรับฐานที่ดี หลังจากที่พุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน นายแคปแลนคาดว่าการดิ่งลงของตลาดหุ้นจะไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจแต่อย่างใด

-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (7 ก.พ.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้สร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาดทองคำ

สัญญาทองคำปิดตลาดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 4 เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังคงสร้างแรงกดดันต่อตลาด โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.7% สู่ระดับ 90.196 เมื่อคืนนี้

-- บิตคอยน์พุ่งขึ้นเหนือระดับ 8,000 ดอลลาร์ หลังจากที่สหรัฐไม่ได้มีการออกมาตรการที่เข้มงวดในการควบคุมการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลเมื่อวานนี้ นับเป็นการปรับตัวขึ้นมากกว่า 2,000 ดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 1 วัน โดยได้ปัจจัยบวกจากการที่ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) และประธานคณะกรรมาธิการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐ (CFTC) เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการธนาคารประจำวุฒิสภาเมื่อวานนี้ ซึ่งได้เน้นย้ำถึงการปกป้องผู้บริโภค โดยที่ไม่มีการออกมาตรการห้ามซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล

ก่อนการเข้าให้การดังกล่าว บิตคอยน์ดิ่งลงต่ำกว่า 6,000 ดอลลาร์ โดยอยู่ที่ 5,947.40 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย.ปีที่แล้ว

-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความแสดงความเห็นว่า เขาไม่ได้ให้ความสำคัญต่อการดิ่งลงของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทในช่วงนี้ โดยระบุว่าตลาดได้ปรับตัวสวนทางกับเศรษฐกิจสหรัฐที่มีความแข็งแกร่ง

"ในอดีต เมื่อมีการรายงานข่าวดี ตลาดหุ้นก็จะดีดตัวขึ้น แต่เดี๋ยวนี้ เมื่อมีการรายงานข่าวดี ตลาดหุ้นกลับตกลง นี่เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ และเรามีข่าวดีมากมายเกี่ยวกับเศรษฐกิจ" ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ

-- นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก กล่าวว่า ภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ จะทำให้เฟดสามารถชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนถึงกลางปีนี้

"ถ้าเราไปถึงจุดนั้นแล้ว และมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าเงินเฟ้อกำลังปรับตัวขึ้นอย่างยั่งยืน เราก็สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป" นายอีแวนส์กล่าว

อย่างไรก็ดี นายอีแวนส์กล่าวว่า เขายังคงสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3-4 ครั้งในปีนี้ ถ้าหากข้อมูลด้านเงินเฟ้อ และข้อมูลอื่นๆ บ่งชี้ถึงความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

-- นายเจมส์ บุลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า ตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งไม่ได้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเฟดจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเสมอไป หลังจากที่นักลงทุนต่างแสดงความกังวลว่าเฟดอาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้มีการเทขายหุ้นเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ตลาดมองว่าตัวเลขค่าแรงเฉลี่ยรายชั่วโมงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นเป็นสญญาณว่า เฟดอาจปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่เคยกล่าวไว้ในช่วงก่อนหน้านี้ว่าจะปรับเพิ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป

อย่างไรก็ตาม บุลลาร์ดกล่าวว่า ค่าแรงที่สูงขึ้นไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินของเฟด

-- พรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (CDU) และพรรคสหภาพสังคมคริสเตียน (CSU) ของนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และพรรคสังคมประชาธิปไตย (SPD) สามารถบรรลุข้อตกลงซึ่งจะปูทางไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลแล้ว หลังจากที่เยอรมนีต้องเผชิญภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมืองนับตั้งแต่มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ตัวแทนจากพรรค CDU/CSU และ SPD ได้เจรจานานหลายวัน จนถึงกลางดึกวานนี้ ก่อนจะบรรลุข้อตกลงจัดตั้งรัฐบาลผสม หลังจากที่การเจรจาหลายครั้งก่อนหน้านี้ ทั้ง 2 ฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับนโยบายด้านแรงงาน และสาธารณสุข

-- กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 7.972 แสนล้านเยน (7 พันล้านดอลลาร์) ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการเกินดุลติดต่อกันเดือนที่ 42

ส่วนยอดเกินดุลการค้าสินค้าในเดือนธ.ค.อยู่ที่ระดับ 5.389 แสนล้านเยน เมื่อเทียบเป็นรายปี เนื่องจากการนำเข้าเพิ่มขึ้น

สำหรับในปี 2560 ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดทั้งสิ้น 21.87 ล้านล้านเยน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550

-- นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศต่างๆ โดยในวันนี้จีนและเยอรมนีจะเปิดยอดส่งออก, นำเข้า และดุลการค้าเดือนม.ค., ธนาคารกลางอังกฤษจะจัดการประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย และสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญซึ่งจะเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนม.ค.ของจีน, การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค.ของฝรั่งเศส, การผลิตภาคอุตสาหกรรมและดุลการค้าเดือนธ.ค.ของอังกฤษ และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนธ.ค.ของสหรัฐ

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018
  on : Wed February 7,2018, 10:24
World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561

-- สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติด้วยคะแนนเสียง 245 ต่อ 182 เมื่อวานนี้ ให้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว ก่อนที่จะส่งต่อให้วุฒิสภาสหรัฐลงมติเป็นลำดับต่อไป โดยการผ่านร่างงบประมาณจะช่วยให้รัฐบาลสหรัฐมีงบประมาณในการดำเนินงานต่อไปได้อีก 6 สัปดาห์ หรือจนถึงวันที่ 23 มี.ค. ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงภาวะชัตดาวน์ หรือการปิดหน่วยงานของรัฐ

-- นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า เขายังคงเชื่อมั่นว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง แม้ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงกว่า 1,100 จุดเมื่อวันจันทร์ จนเป็นเหตุให้ตลาดหุ้นทั่วโลกถูกกระหน่ำขายอย่างหนัก

นายมนูชินได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเกี่ยวกับตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ทรุดตัวลงหนักสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันจันทร์ โดยกล่าวว่า "ผมไม่ได้วิตกกังวลมากนักเกี่ยวกับความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ผมคิดว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง และเรากำลังติดตามสถานการณ์ในตลาดหุ้นอย่างใกล้ชิด ซึ่งในขณะนี้พบว่ายังปกติดี"

-- สื่อท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ของไต้หวันเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บกว่า 200 ราย จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 6 แมกนิจูดซึ่งเกิดขึ้นนอกชายฝั่งตะวันออกของไต้หวันเมื่อคืนนี้

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของไต้หวันระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.50 น.ตามเวลาท้องถิ่นเมื่อคืนนี้ ที่ระดับความลึก 10 กิโลเมตร ห่างจากเมืองฮัวเหลียนประมาณ 18 กิโลเมตร

-- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยเมื่อคืนนี้ว่า สหรัฐมีตัวเลขขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น 5.3% ในเดือนธ.ค. สู่ระดับ 5.31 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2551 หลังจากที่ขาดดุล 5.04 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐจะขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.20 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนธ.ค.

-- นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐกล่าวว่า การซื้อขายหุ้นที่มีการตั้งโปรแกรมคอมพิวตอร์ล่วงหน้า โดยกำหนดเงื่อนไขให้มีการใช้คำสั่งซื้อขายอัตโนมัติ ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นเมื่อวานนี้ โดยฉุดให้ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงถึง 1,175 จุด ซึ่งเป็นการทรุดตัวลงหนักเป็นประวัติการณ์

อย่างไรก็ดี นายมนูชินกล่าวว่า สภาวะตลาดโดยรวมยังคงปกติ แม้ตลาดปรับตัวผันผวน แต่ปัจจัยพื้นฐานยังคงแข็งแกร่ง

- นายเควิน แฮสเซทท์ ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า นักลงทุนจะมีรายได้มากขึ้น โดยได้อานิสงส์จากมาตรการปฏิรูปภาษีของรัฐบาล ซึ่งอาจส่งผลให้มีการนำเม็ดเงินดังกล่าวเข้าลงทุนในตลาดหุ้นต่อไป และยืนยันว่า ผลบวกของมาตรการปฏิรูปภาษีจะไม่ทำให้เศรษฐกิจร้อนแรงเกินไป จนทำให้เงินเฟ้อทะยานขึ้น และส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

-- สกุลเงินบิตอคอยน์ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพ.ย. ขณะที่นักลงทุนจับตาการเข้าให้การของประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) และประธานคณะกรรมาธิการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐ (CFTC) ต่อคณะกรรมาธิการธนาคารประจำวุฒิสภาเกี่ยวกับการควบคุมสกุลเงินดิจิทัล

ด้านนายนูรีเอล รูบินี นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง ฉายา "ดร.ดูม" (Dr Doom) ซึ่งมักทำนายเหตุการณ์เลวร้ายถูกต้องมาหลายครั้ง ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์ตลาดหุ้นทรุดตัวในปี 2551 ได้ทวีตข้อความเตือนว่า ราคาบิตคอยน์จะทรุดตัวลงจนเหลือศูนย์

- ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ต้องเผชิญศึกหนักอีกครั้งหลังการเปิดเผยงบประมาณกลางของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2561 ที่มีแผนกู้ยืมจำนวนกว่า 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยนายเออร์จิท พาเทล ผู้ว่าการ RBI จำเป็นต้องรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำเพื่อลดการขาดดุลทางการคลังภายใต้การบริหารงานของนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรี ขณะที่จำเป็นต้องทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงด้วย หลังพุ่งทะลุจุดกลางของ 4% ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

-- นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศต่างๆ โดยในวันนี้ จีนจะเปิดเผยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเดือนม.ค. ขณะที่มาเลเซียจะเปิดเผยดุลการค้าเดือนธ.ค., เยอรมนีจะเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค., ฝรั่งเศสจะเปิดเผยดุลการค้าเดือนธ.ค. และสหรัฐจะเปิดเผยสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)

ส่วนในวันพรุ่งนี้ จีนจะเปิดเผยดุลการค้าเดือนม.ค. เยอรมนีจะเปิดเผยดุลการค้าเดือนธ.ค. ธนาคารกลางอังกฤษและธนาคารกลางฟิลิปปินส์จะประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย ทางด้านสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

 Attach File : S__19111946.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018
  on : Mon February 5,2018, 10:55
World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง 665.75 จุด หรือ 2.54% แตะที่ระดับ 25,520.96 จุด ซึ่งเป็นการร่วงลงหนักสุดในรอบ 1 ปีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 30 ปีที่พุ่งขึ้นเหนือระดับ 3% แตะที่ 3.074% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีที่แล้ว ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี ทะยานขึ้นแตะ 2.83% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี

ปัจจัยที่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นนั้น มาจากรายงานที่ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค.พุ่งขึ้น 200,000 ตำแหน่ง มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 180,000 ตำแหน่ง ส่วนตัวเลขรายได้ หรือค่าแรงต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานซึ่งเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณบ่งชี้เงินเฟ้อนั้น เพิ่มขึ้น 9 เซนต์/ชั่วโมง หรือ 0.3% และเพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบรายปี

นักวิเคราะห์จากแน็ทเวสต์ มาร์เก็ตส์ กล่าวว่า ตัวเลขรายได้หรือค่าแรงของแรงงานที่พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 9 ปีในเดือนม.ค.นั้น จะเป็นปัจจัยหนุนให้คณะกรรมการเฟดภายใต้การนำของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนใหม่ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้มากกว่า 3 ครั้งที่มีการคาดการณ์กันก่อนหน้านี้ เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่จะดีดตัวขึ้น

-- นางเจเน็ต เยลเลน อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า ตลาดหุ้นสหรัฐ และราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ในสหรัฐ ได้ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม นางเยลเลนมองว่า ตลาดทั้งสองแห่งนี้ยังไม่ได้อยู่ในภาวะฟองสบู่

นางเยลเลนได้เปิดเผยในรายการ "Sunday Morning" ของสถานีโทรทัศน์ CBS ซึ่งมีการแพร่ภาพเมื่อวานนี้ว่า ราคาหุ้นและราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ของสหรัฐ อยู่ในระดับที่สูง แต่ก็ไม่ถือว่าสูงจนเกินไป และเชื่อว่าตลาดทั้งสองแห่งนี้ยังไม่ได้อยู่ในภาวะฟองสบู่ อย่างไรก็ตาม นางเยลเลนมองว่า ขณะนี้ตลาดการเงินมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการประเมินสินทรัพย์ที่อยู่ในระดับสูงเกินไป

นอกจากนี้ นางเยลเลนได้กล่าวแสดงความเห็นในรายการโทรทัศน์ PBS NewsHour โดยกล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวที่แข็งแกร่ง ขณะที่ค่าแรงปรับตัวสูงขึ้น และตลาดแรงงานยังคงอยู่ในภาวะตึงตัว ซึ่งบ่งชี้ว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามที่เฟดได้ส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้านี้

-- นายเจอโรม พาวเวล เตรียมเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (คนใหม่) ในวันนี้ หลังจากวาระการดำรงตำแหน่งของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดคนก่อนได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นางเยลเลนจะเข้ารับตำแหน่งนักวิชาการกิตติมศักดิ์ของศูนย์ฮัทชินส์ฝ่ายนโยบายการเงินและการคลังของสถาบันบรู้คกิ้งส์ในวอชิงตัน ดี.ซี.ในวันนี้ โดยการเข้ารับตำแหน่งนักวิชาการของสถาบันบรู้คกิ้งส์ของนางเยลเลน นับเป็นการเดินตามรอยอดีตเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายก่อนหน้านี้ ซึ่งได้แก่ นายเบน เบอร์นันเก้ อดีตประธานเฟด รวมทั้งนายโดนัลด์ โคห์น และนายอลัน บลินเดอร์ อดีตรองประธานเฟด

-- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกคำสั่งห้ามไม่ให้ธนาคารเวลส์ ฟาร์โก ทำการขยายธุรกิจต่างๆ หลังจากมีรายงานว่าธนาคารแห่งนี้ยังคงมีพฤติกรรมหลอกลวงลูกค้า และละเมิดกฎระเบียบของภาคธนาคาร นอกจากนี้ เฟดยังห้ามไม่ให้เวลส์ ฟาร์โก มีสินทรัพย์โดยรวมมากไปกว่ามูลค่าสินทรัพย์ที่ถือครอง ณ สิ้นปี 2560 จนกว่าธนาคารแห่งนี้จะปรับปรุงระบบการบริหารจัดการให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ เฟดยังสั่งให้ธนาคารเวลส์ ฟาร์โก ปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลภายในองค์กร และปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง ซึ่งรวมถึงการยกระดับศักยภาพในการกำกับดูแลของคณะผู้บริหาร

-- ความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐเริ่มกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังจากที่เกาหลีเหนือได้ออกมาโจมตีการแถลงนโยบายประจำปี หรือ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่า "เป็นลางแห่งหายะครั้งใหม่"

ในการแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรสสหรัฐซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น ทรัมป์กล่าวว่า เกาหลีเหนือยังคงเป็นภัยคุกคามต่อโลก พร้อมกับให้คำมั่นว่า จะเดินหน้ากดดันเกาหลีเหนือขั้นสูงสุดต่อไป

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังคาดว่าโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือมีแนวโน้มที่จะเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐในไม่ช้านี้ พร้อมกับเรียกร้องให้มีการปรับปรุงอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐให้มีความทันสมัย เพื่อปกป้องประเทศให้รอดพ้นจากการคุกคามดังกล่าว

-- เกิดเหตุรถไฟชนกันที่รัฐเซาท์แคโรไลนาทางตอนใต้ของสหรัฐเมื่อวานนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ราย และบาดเจ็บอีก 70 ราย โดยนายเฮนรี แม็คมาสเตอร์ ผู้ว่าการรัฐเซาท์แคโรไลนา เปิดเผยว่า รถไฟโดยสารของบริษัทแอมแทรค (Amtrak) วิ่งผิดรางจนเป็นเหตุให้ชนกับรถไฟขนส่งสินค้าชื่อ CSX

เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นหายนะร้ายแรงครั้งที่ 3 ที่เกี่ยวข้องกับรถไฟของแอมแทรคภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน โดยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุรถไฟแอมแทรควิ่งตกรางในรัฐวอชิงตันทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบราย จากนั้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รถไฟของแอมแทรคขบวนหนึ่งที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐสังกัดพรรครีพับลิกันหลายคนโดยสารมาด้วยนั้น ได้ชนเข้ากับรถขนขยะในรัฐเวอร์จิเนีย จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย

-- นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินและการแถลงนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางในประเทศต่างๆในสัปดาห์นี้ โดยธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) จะประชุมในวันพรุ่งนี้ ขณะที่ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) จะประชุมในวันพุธ และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะประชุมในวันพฤหัสบดีนี้

-- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีน ซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกับไฉซิน พุ่งขึ้นแตะระดับ 54.7 ในเดือนม.ค. จากระดับ 53.9 ในเดือนม.ค. โดยดัชนี PMI ภาคบริการเดือนม.ค.ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2555 ขานรับยอดสั่งซื้อใหม่ที่ปรับตัวสูงขึ้น และจากการที่บริษัทเอกชนเพิ่มการจ้างงาน

ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่เคลื่อนไหวเหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคบริการของจีนมีการขยายตัว และดัชนีที่เคลื่อนไหวต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัวในภาคบริการ

-- นักลงทุนในตลาดการเงินจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศต่างๆในวันนี้ โดยอินโดนีเซียจะเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2560 ขณะที่มาร์กิตจะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนม.ค.ของฝรั่งเศส, เยอรมนี, อังกฤษ และยูโรโซน ส่วนทางด้านสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีภาคบริการเดือนม.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) และมาร์กิตจะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนม.ค.ของสหรัฐเช่นกัน

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ออสเตรเลียจะเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนธ.ค.และดุลการค้าเดือนธ.ค. ขณะที่เยอรมนีจะเปิดเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนธ.ค. ส่วนสหรัฐจะเปิดเผยดุลการค้าเดือนธ.ค

 Attach File : To-set-up-and-use-Bollinger-Bands-768x461 2.jpg

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018
  on : Fri February 2,2018, 10:55
World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561

-- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ โดยได้ปัจจัยหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงดัชนีภาคการผลิตที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในเดือนม.ค. อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน ขณะที่ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ต่างก็ปิดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ในปีนี้ หลังจากคณะกรรมการเฟดคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐจะดีดตัวขึ้นในปีนี้

-- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ ขณะที่นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นว่าอัตราเงินเฟ้อกำลังดีดตัวขึ้น หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เผยแพร่แถลงการณ์หลังการประชุม

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปีดีดตัวขึ้น 0.31% ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2559 ซึ่งอัตราผลตอบแทนพุ่งขึ้น 0.53% ในขณะนั้น โดยราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน

-- ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองการคาดการณ์ GDPNow แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัว 5.4% ในไตรมาสแรก หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

หากเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 5.4% ในไตรมาสแรกตามที่เฟดคาดการณ์ไว้ ก็จะเป็นการขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่ที่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่สิ้นสุดลงในปี 2552 ขณะที่เศรษฐกิจทำสถิติขยายตัวสูงสุดก่อนหน้านี้ที่ระดับ 5.2% ซึ่งทำไว้ในไตรมาส 3 ของปี 2557

-- บริษัทไมโครซอฟท์ อิงค์ เปิดเผยผลประกอบการที่ดีกว่าคาดในไตรมาสที่สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. ซึ่งเป็นไตรมาสที่ 2 ในปีงบดุลบัญชีของบริษัท

ไมโครซอฟท์ระบุว่ามีกำไร 96 เซนต์/หุ้น โดยสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 86 เซนต์/หุ้น นอกจากนี้ บริษัทรายงานรายได้ที่ระดับ 2.892 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.840 หมื่นล้านดอลลาร์

-- บริษัทรอยัล ดัชท์ เชลล์ ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันใหญ่ที่สุดของยุโรป เปิดเผยว่า บริษัทมีกำไรสุทธิในไตรมาส 4 ของปีที่แล้วเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ จากอานิสงส์ของราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นถึง 50% นับตั้งแต่กลางปีที่แล้ว

เชลล์เปิดเผยว่า ทางบริษัทมีกำไร 4.3 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 โดยเพิ่มขึ้น 140% เมื่อเทียบกับระดับ 1.8 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปี 2559 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 4.24 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ บริษัทมีกำไร 1.58 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว โดยเพิ่มขึ้นถึง 119% เมื่อเทียบกับปี 2559

-- แอปเปิล อิงค์ รายงานผลประกอบการไตรมาสที่สิ้นสุดวันที่ 30 ธ.ค. 2560 ซึ่งเป็นไตรมาสแรกของปีงบการเงิน 2561 ของบริษัท ระบุรายได้ปรับตัวขึ้น 13% เทียบรายปี สู่ระดับ 8.83 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ส่วนกำไรต่อหุ้น (EPS) เพิ่มขึ้น 16% เทียบรายปี สู่ระดับ 3.89 ดอลลาร์ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน

นายทิม คุก ซีอีโอ แอปเปิล กล่าวว่า รายได้ที่เติบโตในไตรมาสที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ iPhone รุ่นใหม่ทำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่ iPhone X ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดา iPhone รุ่นใหม่ที่เปิดตัวล่าสุด ได้กลายเป็น iPhone รุ่นขายดีที่สุดมาทุกสัปดาห์ นับตั้งแต่สมาร์ทโฟนรุ่นนี้เปิดจำหน่ายในเดือนพ.ย.

-- ออโต้ดาต้า คอร์ป เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ใหม่ในตลาดสหรัฐประจำเดือนม.ค. ปรับตัวขึ้น 1% เทียบรายปี แตะที่ 1,154,885 คัน หลังจากร่วงลงในเดือนธ.ค.

ยอดขายของโตโยต้า มอเตอร์ในตลาดสหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.8% ขณะที่ยอดขายของนิสสัน มอเตอร์ เพิ่มขึ้น 10.0% ส่วนยอดขายของเจเนอรัล มอเตอร์ (GM) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐนั้น ยังคงทำสถิติเป็นอันดับ 1 โดยยอดขายปรับตัวขึ้น 1.3% แตะที่ 198,386 คัน

-- รัฐบาลอินเดียได้ประกาศแผนงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2561-2562 เมื่อวานนี้ โดยมุ่งเน้นที่ภาคการเกษตร โครงสร้างพื้นฐาน และบริการสุขภาพ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การประกาศครั้งนี้เป็นการประกาศงบประมาณฉบับสมบูรณ์ครั้งสุดท้ายของรัฐบาลยุคนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ก่อนที่การเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไปจะเปิดฉากในปี 2562 โดยพรรคภารติยะ ชันนะตะ (BJP) ของนายกฯอินเดียได้เข้ามามีอำนาจเมื่อปี 2557

-- สกุลเงินบิตคอยน์ร่วงลงอย่างหนักเมื่อคืนนี้ โดยดิ่งลงทำสถิติต่ำสุดของปีนี้ที่ 8,449 ดอลลาร์ก่อนที่จะค่อยๆฟื้นตัวขึ้นหลังจากนั้น จากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่เข้าคุมเข้มการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากรายงานข่าวที่ว่าทางการอินเดียมีแผนคุมเข้มสกุลเงินดิจิทัล และข่าวที่ว่าเฟซบุ๊กเตรียมแบนโฆษณาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล และการระดมทุนด้วยการเสนอขายสกุลเงินดิจิทัล (ICO)

-- เมื่อวานนี้ นายคิม ดอง-ยอน รมว.คลังเกาหลีใต้ยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีแผนที่จะสั่งห้ามการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล หลังจากที่บิตคอยน์ และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ทรุดตัวลงอย่างหนักก่อนหน้านี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่าเกาหลีใต้เตรียมระงับการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล

"รัฐบาลไม่มีความประสงค์ที่จะสั่งห้าม หรือปราบปรามการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลแต่อย่างใด" นายคิมกล่าว และเสริมว่า ภารกิจเฉพาะหน้าของรัฐบาลคือการกำกับดูแลตลาด

คำกล่าวของนายคิมช่วยสร้างความกระจ่างแก่นักลงทุน หลังจากที่เกิดความสับสนจากการที่เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้หลายคนแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับมาตรการที่รัฐบาลจะนำมาใช้ในการควบคุมการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล โดยบางคนกังวลว่าจะมีความรุนแรงเช่นเดียวกับรัฐบาลจีนที่ได้สั่งห้ามการจัดตั้งแพลทฟอร์ม หรือตลาดซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลภายในจีน

ทางการเกาหลีใต้ชี้แจงในเวลาต่อมาว่า การสั่งห้ามซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งที่รัฐบาลกำลังพิจารณา แต่ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายสำหรับมาตรการดังกล่าวแต่อย่างใด

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ ไอเอชเอส มาร์กิต เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนม.ค.ของสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับ 55.5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2558 จากระดับ 55.1 ในเดือนธ.ค.

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนธ.ค. สู่ระดับ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของการก่อสร้างในภาครัฐ และการลงทุนในภาคเอกชน

ทางด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 1,000 ราย สู่ระดับ 230,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 238,000 ราย

-- ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่จะมีการเปิดเผยวันนี้ นักลงทุนจับตากระทรวงแรงงานสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนม.ค.ในวันนี้ เวลา 20.30 น. ตามเวลาไทย ขณะที่ผลการสำรวจนักวิเคราะห์ระบุว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรจะพุ่งขึ้น 180,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 148,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค.

ข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนธ.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

 Attach File : Bollinger-Band-Indicate-Sideway 7.png

  admin
  Administrator
  Post : 32
  Re : World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018
  on : Thu February 1,2018, 11:46
World Today: สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 1.25-1.50% ในการประชุมเมื่อวานนี้ (31 ม.ค.) ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้

ในการประชุมครั้งนี้ เฟดได้ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. พร้อมกับปรับเพิ่มมุมมองเกี่ยวกับเงินเฟ้อ โดยระบุว่า เฟดคาดว่าอัตราเงินเฟ้อเมื่อเทียบรายปีจะปรับตัวขึ้นในปีนี้ และมีเสถียรภาพที่ระดับ 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายของเฟดในระยะกลาง ขณะที่แนวโน้มความเสี่ยงในระยะใกล้ของเศรษฐกิจยังคงมีความสมดุล

นอกจากนี้ คณะกรรมการ FOMC ยังมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบการแต่งตั้งให้นายเจอโรม พาวเวล ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ ต่อจากนางเจเน็ต เยลเลน ซึ่งจะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 3 ก.พ.

-- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีน ซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกับไฉซิน อยู่ที่ระดับ 51.5 ในเดือนม.ค. ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนธ.ค.

ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่เคลื่อนไหวเหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนมีการขยายตัว และดัชนีที่เคลื่อนไหวต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัวในภาคการผลิต

-- นายอลัน กรีนสแปน อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับภาวะฟองสบู่ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะฟองสบู่ในตลาดพันธบัตรซึ่งนายกรีนสแปนมองว่า "เป็นสถานการณ์ที่อันตราย"

ทั้งนี้ นายกรีนสแปนกล่าวว่า หากตลาดพันธบัตรเผชิญกับภาวะฟองสบู่เป็นเวลานาน ก็ถือเป็นสถานการณ์อันตราย ขณะเดียวกันนายกรีนสแปนกล่าวว่า สหรัฐกำลังพยายามจัดการกับภาวะอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ถือส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ

-- ดอลลาร์ดีดตัวทะลุ 109 เยนเมื่อคืนนี้ หลังจากที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ส่งสัญญาณเพิ่มการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นระยะกลาง ซึ่งเป็นการกดดันมิให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรดีดตัวขึ้นต่อไป

ณ เวลา 23.43 น. ตามเวลาไทย ดอลลาร์แข็งค่า 0.46% สู่ระดับ 109.26 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวขึ้น 0.79% สู่ระดับ 135.93 เยน และดีดตัวขึ้น 0.32% สู่ระดับ 1.2440 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.16% สู่ระดับ 89.01

ดอลลาร์ได้รับแรงหนุน หลังจากบีโอเจระบุว่าจะเพิ่มวงเงินในการซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่าช่องว่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นจะกว้างขึ้น

-- บิตคอยน์ปรับตัวย่ำแย่ในม.ค. โดยทำสถิติทรุดตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2558 จากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่เข้าคุมเข้มการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล

ทั้งนี้ บิตคอยน์อยู่ที่ระดับ 10,249.56 ดอลลาร์เมื่อวานนี้ (31 ม.ค.) ซึ่งเป็นการปรับตัวลง 23.6% จากระดับ 13,412.44 ดอลลาร์ที่ทำไว้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. แต่หากวัดจากระดับ 9,627.89 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดที่มีการซื้อขายในวันดังกล่าว บิตคอยน์ดิ่งลงถึง 28.2% ส่งผลให้เดือนม.ค.2561 เป็นเดือนที่บิตคอยน์ทรุดตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ที่ร่วงลง 30.9% ในเดือนม.ค.2558

-- นายปิแอร์ คาร์โล ปาโดอัน รมว.เศรษฐกิจของอิตาลี กล่าวว่า ธนาคารกลางหลายแห่งกำลังมีการพิจารณาที่จะออกสกุลเงินดิจิทัล ในความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงภาวะฟองสบู่ในตลาด

คำกล่าวของรมว.เศรษฐกิจของอิตาลี สอดคล้องกับที่นายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก กล่าวยอมรับเมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้วว่า เฟดกำลังเริ่มต้นหารือกันเกี่ยวกับการออกสกุลเงินดิจิทัลสำหรับเฟดเอง แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่าเฟดจะออกสกุลเงินดังกล่าวเมื่อใด

-- รัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศขาย "petro" ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัล ในวันที่ 20 ก.พ. โดยหวังว่ารายได้จากการขายสกุลเงินดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ

นายนิโคลาส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กล่าวก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลจะออกสกุลเงิน "petro" เป็นจำนวน 100 ล้านเหรียญ หรือ 100 ล้าน token โดยแต่ละ token จะมีมูลค่าและได้รับการหนุนหลังจากน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาจำนวน 1 บาร์เรล ซึ่งจะส่งผลให้วงเงินการออกสกุลเงิน "petro" มีมูลค่ารวมมากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์

รัฐบาลหวังว่าการออกสกุลเงิน "petro" จะช่วยให้ประเทศมีรายได้ และพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ หลังจากที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ

อย่างไรก็ดี พรรคฝ่ายค้านโจมตีรัฐบาลว่า การออกสกุลเงิน "petro" เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และเหมือนกับการสร้างหนี้ด้วยการออกพันธบัตร ขณะที่ประเทศกำลังเผชิญปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นอย่างมาก ด้านรัฐบาลสหรัฐก็ได้เตือนนักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อสกุลเงิน "petro" ว่า อาจละเมิดมาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐบังคับใช้ต่อเวเนซุเอลา

-- สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้น 6.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้นเพียง 100,000 บาร์เรล ขณะที่สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ระบุก่อนหน้านี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.2 ล้านบาร์เรล หลังจากร่วงลงเป็นเวลา 10 สัปดาห์ติดต่อกัน

ทั้งนี้ สต็อกน้ำมันดิบมักเพิ่มขึ้นในเดือนม.ค. แต่สำหรับในปีนี้ สต็อกน้ำมันดิบดิ่งลงมากกว่า 12 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นจำนวนการลดลงมากที่สุดของเดือนม.ค.ในรอบ 30 ปี

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า จำนวนผู้ว่างงานในยูโรโซนลดลง 134,000 คนในเดือนธ.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 8.7% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 9 ปี

อย่างไรก็ดี อัตราการว่างงานของยูโรโซนยังคงอยู่สูงกว่าในสหรัฐ ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อ ปรับตัวลงในยูโรโซนในเดือนม.ค. เนื่องจากการชะลอตัวของราคาอาหาร และพลังงาน

ทั้งนี้ ดัชนี CPI ร่วงลงสู่ระดับ 1.3% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.ปีที่แล้ว จากระดับ 1.4% ในเดือนธ.ค. และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ดัชนี CPI ที่ปรับตัวลงดังกล่าว บ่งชี้ว่า การแข็งค่าของยูโรเป็นปัจจัยกดดันราคา โดยทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง

นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางยุโรปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

-- ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐพุ่งขึ้น 234,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 185,000 ตำแหน่ง และใกล้เคียงกับระดับ 250,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค.

ทั้งนี้ ภาคบริการมีการจ้างงานพุ่งขึ้น 212,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาคการผลิตมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 12,000 ตำแหน่ง และภาคก่อสร้างมีการจ้างงาน 9,000 ตำแหน่ง

-- สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย เป็นมาตรวัดจำนวนสัญญาซื้อบ้านมือสองที่มีการเซ็นสัญญาแล้วแต่ยังไม่ได้ปิดการขาย และโดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนสำหรับการเซ็นสัญญาไปจนกระทั่งปิดการขาย

--ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีน ซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกับไฉซิน อยู่ที่ระดับ 51.5 ในเดือนม.ค. ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนธ.ค.

ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่เคลื่อนไหวเหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนมีการขยายตัว และดัชนีที่เคลื่อนไหวต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัวในภาคการผลิต

-- Line Corp ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นส่งข้อความชั้นนำของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้บรรลุข้อตกลงกับ SoftBank Group Corp ในการให้ SoftBank เข้าถือหุ้นส่วนใหญ่ในธุรกิจโทรศัพท์มือถือของ Line

นอกจากนี้ Line Corp ยังประกาศรุกธุรกิจ"ฟินเทค" หรือเทคโนโลยีด้านการเงิน ด้วยการก่อตั้งบริษัทแห่งใหม่ ซึ่งจะให้บริการซื้อขายสกุลดิจิทัล รวมทั้งให้บริการด้านสินเชื่อ และการประกัน

-- นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ โดยมาร์กิตจะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนม.ค.ของฝรั่งเศส,เยอรมนี, อียู, อังกฤษ และสหรัฐ นอกจากนี้สหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีภาคบริการเดือนม.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนธ.ค. และยอดขายรถยนต์เดือนม.ค.

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่จะมีการเปิดเผยวันในพรุ่งนี้ ได้แก่ ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเดือนม.ค.ของเกาหลีใต้, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนธ.ค.ของอียู และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค., ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน, ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนธ.ค.ของสหรัฐ

 Attach File : 332323.jpg

Pages [ 1 ]
Comunity > World Market > สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงิน > World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2018

Forex Lao,Weltrade Lao,Free VPS Server,Free server run EA